5 สไตล์การตกแต่งบ้าน

1 .สไตล์มินิมอล

สไตล์มินิมอล (Minimal Style) หลัก สไตล์การตกแต่งบ้าน สไตล์มินิมอลก็คือ การตัดส่วนที่ไม่จำเป็น และเหลือไว้เฉพาะสิ่งสำคัญ ตามคอนเซ็ปต์ “Less is More” หรือน้อยแต่มาก โดยการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สิ่งของถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ สะอาดตา และเน้นใช้สีอิงกับธรรมชาติแบบสีเอิร์ธโทนหรือสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว น้ำตาล สีเขียว และสีฟ้า

2. สไตล์สแกนดิเนเวีย

สไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian Style) สไตล์การตกแต่งบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศในกลุ่มนอร์ดิก (ยุโรปตอนเหนือ) ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานเท่านั้น แต่ยังมีดีไซน์ที่สวยงามให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะที่มีความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน นิยมใช้งานไม้และตกแต่งด้วยโทนสีกลางหรือสีอ่อน ๆ เช่น ครีม เทา น้ำเงิน หรือฟ้าอ่อน บรรยากาศภายในเน้นความโปร่งสบาย สว่าง และอบอุ่นด้วยแสงจากธรรมชาติ

          สไตล์รัสติก (Rustic Style) สไตล์การตกแต่งบ้านที่อาจดูคล้าย ๆ กับสไตล์ลอฟท์ แต่มีความแตกต่างตรงที่สไตล์รัสติกมีกลิ่นอายของวินเทจนิด ๆ และคันทรีหน่อย ๆ เน้นเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และของที่ทำจากงานไม้ แม้จะเปลือยผิววัสดุ แต่ก็มีการตกแต่งให้ดูสวยงาม นอกจากนี้ยังนิยมใช้ของเก่ามารียูสใหม่หรือของ DIY ที่ทำขึ้นเอง

          สไตล์ทรอปิคอล (Tropical Style) สไตล์การตกแต่งบ้านที่ดูสดใสมีชีวิตชีวา นิยมใช้สีและลวดลายเลียนแบบธรรมชาติในเมืองร้อน เช่น สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง ผ้าพิมพ์ลายใบไม้ใหญ่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักร้อน เหมาะกับการพักผ่อน สบาย และผ่อนคลาย

สไตล์โอเรียนทอล (Oriental Style) การตกแต่งบ้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและศิลปะจากฝั่งตะวันออก การดีไซน์และออกแบบของต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นและอากาศ โทนสีที่ใช้ส่วนมากนิยมใช้สีทอง น้ำตาล ดำ แดง และใช้วัสดุจากธรรมชาติ หาได้ง่ายจากท้องถิ่น เน้นความสบายมากกว่าความหรูหรา สะท้อนตัวตนของผู้คนในเอเชียได้เป็นอย่างดี

สไตล์การตกแต่งบ้าน อยากได้ห้องแบบนี้ จะบอกช่างยังไงให้เข้าใจตรงกัน !

เซฟรูปห้องแบบอย่างเก็บเอาไว้เยอะ อย่างงั้นก็มาถูกใจ ห้องนี้ แต่เวลาพอเก็บข้อมูลจะเอาไปคุยกับช่าง รู้สึกไม่แน่ใจว่าแบบห้องที่อยากได้เรียกว่า สไตล์ การตกแต่งบ้าน แบบไหน กลัวสื่อสารผิดพลาด

แล้วเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้งานออกมาเพี้ยนไปจากที่อยากได้ ถ้าอย่างนั้นมาดูพร้อม ๆ กันค่ะว่ามีสไตล์การตกแต่งบ้านแบบไหนบ้าง แล้ว สไตล์ การตกแต่งบ้าน แต่ละแบบมีจุดเด่นอย่างไร จะได้เอาไปคุยกับช่างได้รู้เรื่อง

 

 สไตล์โบฮีเมียน

          สไตล์โบฮีเมียน (Bohemian Style) หรือ โบโฮ-ชิค (Boho-Chic) ไม่ได้มีข้อจำกัดแน่นอนว่าจะต้องสีนั้นสีนี้หรือเน้นหนักไปที่การใช้วัสดุชนิดใดชนิดหนึ่ง เรียกได้ว่าค่อนข้างฟรีสไตล์ขึ้นอยู่กับความชอบ เลยทำให้เป็นสไตล์ตกแต่งบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนออกมาอย่างชัดเจน แต่มีจุดที่สังเกตได้อย่างชัด เลยก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์โบฮีเมียนมักจะสีสันจัดจ้าน เล่นกับเส้นสายลวดลาย ภายใต้แสงไฟซอฟต์ ๆ บรรยากาศสบาย ๆ ออกแนวชวนฝัน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือของตกแต่งจากธรรมชาติ เช่น ขนนก หิน กิ่งไม้ หรือการปลูกต้นไม้กระถางเล็ก ๆ ไว้ในบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีของแฮนด์เมด โมบาย งานโครเชต์ และดรีม แคชเชอร์ (Dream Catcher) ที่มักจะได้เห็นกันบ่อย ๆ จากการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ด้วย

5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน สวยๆ ในสไตล์ต่างๆ

5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน สวยๆ ในสไตล์ต่างๆ

1. การตกแต่งบ้าน แบบ Classic Style – คลาสสิค สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

 

เริ่มกันที่แบบแรก จัดเต็มกับห้องนอนแนวคลาสสิค ตัวโครงสร้างของบ้านเน้นใช้เป็นวัสดุธรรมชาติมาสรรค์สร้างให้ลงตัวทั้งปูนดิบ อิฐมอญแดง งานเหล็กและรวมไปถึงโครงสร้างไม้

 

ส่วนของแต่งชิ้นใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้อีกอย่างก็คงหนีไม่พ้นตัว ผ้าม่าน (Curtain) นั้นเอง เพราะที่นี่บานหน้าต่างค่อนข้างกว้าง การเลือกสีผ้าจึงมีผลต่อภาพรวมของการตกแต่งในห้อง

 

 

2. การตกแต่งบ้านแบบ Contemporary Style – คอนเทมโพรารี่ สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

บ้านหลังที่ 2 เน้นอบอุ่นสไตล์ Contemporary โดยมิกซ์การใช้งานตั้งแต่ผ้าม่านและมู่ลี่ให้มาอยู่ด้วยกันแต่แบ่งโซนการใช้งานแบบลงตัว

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็เน้นแนวงานไม้เรียบง่ายมาพร้อมโซฟาผ้าโทนสี Earth Tone แต่ใช้โซฟาผ้าก็ต้องหมั่นดูแลกันนิดนึงเพราะเลอะเร็วงานนี้อาจต้องพึ่ง  ทำความสะอาดโซฟาผ้า … ฉบับแม่บ้าน!

 

 

3. การตกแต่งบ้าน แบบ Modern Style – โมเดิร์น สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

 

แน่นอนค่ะว่าแบบที่ 3 เป็น 1 ใน 5 สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่แต่งง่าย ซึ่งหลังนี้ก็เช่นกันจัดหนักด้วยการตกแต่งแนว โมเดิร์น ลงของทุกอย่างแบบคลุมโทนทั้งหมด ตั้งแต่สีของโซฟา และผ้าม่าน

 

แต่ถ้าใช้สีเทาทั้งหมดทุกอย่างก็จะดูจืดจนหาความเด่นอะไรไม่ได้สักอย่าง มุมทีวีเลยจัดเป็นไซด์บอร์ดไม้สีอ่อนที่มาพร้อมโต๊ะกลางและพรมเพื่อความโดดเด่นแต่ถ้าเพื่อนๆอยากได้พรมสีอื่นก็ลองตามไปดู 5 สีพรมปูพื้นยอดฮิต!

 

 

4. การตกแต่งบ้านแบบ Loft Style – ลอฟท์ สไตล์

การตกแต่งบ้านแบบ Loft Style – ลอฟท์ สไตล์

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

งานดิบสาย Loft ต้องยกให้หลังนี้เลยจ้า เพราะทุกอย่างตั้งใจปั้นแต่งให้ออกมาแบบต้นฉบับของคำว่า Loft จริงๆ ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งแต่ทุกผนังจะกรุด้วยอิฐมอญแดง บางจุดก็ใช้เป็นปูนเปลือย บานหน้าต่างก็ไม่ปล่อยให้ว่างจัด มู่ลี่ (Aluminum Blinds) สีดำด้านไปใส่ให้แสงจากภายนอกที่เข้ามาดู Soft มากขึ้นค่ะ

 

ส่วนฝ้าด้านบนถูกเปลี่ยนเป็นการวางคานปูนพร้อมเดินท่อไฟทั้งหมด แต่หากเพื่อนๆท่านใดไม่อยากทำไฟแบบเดินท่อทำรางก็สามารถไปหาซื้อ หลอดไฟ Style Loft สุดฮิต! มาแขวนแทนได้เลยค่ะ เหมาะสำหรับคนต้องการความสะดวกสบายเป็นที่สุด

5. การตกแต่งบ้านแบบ Nature style – เนเชอรัลสไตล์

การตกแต่งบ้านแบบ Nature style - เนเชอรัลสไตล์

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

สำหรับห้องนี้ต้องบอกเลยว่าเน้นความเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ เพราะทุกอย่างที่รวมในห้องนี้ล้วนทำจากวัสดุไม้เป็นหลัก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการตกแต่งสไตล์ธรรมชาติ คือ การหยิบเอาวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในงานตกแต่ง เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สามารถทำให้บ้านสวย และอบอุ่น อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ

จบแล้วกับ 5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน

7 “ไอเดียตกแต่งห้องนอน”เนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก

       “ไอเดียตกแต่งห้องนอน” อาทิตย์นี้สำหรับคนมีคู่คงต้องเนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก เซ็กซี่ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก ความใกล้ชิด ความเสน่หา เพื่อทำให้ค่ำคืนแห่งวันวาเลนไทน์นั้นเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่แสนดี และนี่คือที่นักออกแบบแนะนำ

1.ตกแต่งแสงไฟให้มีเลเยอร์

ในห้องนอนถ้าอยากจะให้มีความโรแมนติกการดีไซน์เรื่องของแสงในห้องนอนถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเราควรมีการออกแบบแสงให้เป็นแบบมีมิติ ทั้งการกระจายแสงให้มีแสงไฟระยิบระยับ หรือการหรี่แสงไฟให้สว่าง หรือซอฟท์ลงได้ จะทำให้สภาพแวดล้อมภายในห้องนอนนั้นเซ็กซี่และมีความแตกต่าง

2.เพิ่มหมอนกำมะหยี่

ทำให้ห้องมีความโรแมนติกเพิ่มขึ้นด้วยการเติมหมอนเนื้อผ้ากำมะหยี่ใส่เข้าไปกับหมอนที่มีอยู่เดิม เพราะผ้ากำมะหยี่จะช่วยปรับให้ลุคห้องนอนนั้นมีความเซ็กซี่เพิ่มขึ้น

3.เพิ่มพื้นผิวสัมผัสผนังห้อง

เปลี่ยนห้องนอนที่เงียบสงบให้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นด้วยการทำให้ผิวสัมผัสที่ผนังห้องมีความแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม จะได้ด้วยงานศิลปะ ของตกแต่งใดๆ ก็ตาม

4.ไม่จำเป็นต้องใช้หมอนมากจนเกินไป

ห้องนอนสำหรับคนสองคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหมอนมากจนเกินไป หมอนเพียงแค่ 4 ใบก็เพียงพอสำหรับใช้ในห้องนอนที่มีคนอยู่เพียงแค่ 2 คนแล้ว

5.ทำห้องนอนให้สะท้อนรสนิยมส่วนตัวของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นสีที่คุณชื่นชอบ หรืออะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นควรสะท้อนในห้องนอนของคุณ เพื่อแสดงว่าห้องนอนคือห้องนอนที่คุณรัก

6.ทำวอลล์เปเปอร์ให้มีมิติ

เพิ่มผนังให้มีความลึกและมีมิติด้วยการใช้วอลล์เปเปอร์ ซึ่งวอลล์เปเปอร์สามารถช่วยทั้งเรื่องการสร้างสีสัน และเปลี่ยนอารมณ์ผนังเก่าได้เป็นอย่างดี

7.ไร้เทคโนโลยี

ห้องนอนสำหรับคู่รักควรเป็นห้องนอนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทีวี หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะรบกวนบรรยากาศในห้องนอนและทำให้ห้องนอนนั้นไม่อยู่ในลักษณะเงียบ สงบ 7 “ไอเดียตกแต่งห้องนอน”เนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก

เทคนิคกล้วยๆ ดูแล ผ้าปูที่นอนสีขาว ให้น่าใช้งานอยู่เป็นประจำ

         สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่เลือกใช้ ผ้าปูที่นอนสีขาว การดูแลและรักษาก็เลยนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้ผ้าปูที่นอนสีขาวของเรานั้นดูแจ่มใสและน่ามาใช้งานอยู่ตลอดๆ เราไปดูทริคกล้วยๆ ในการดูแลผ้าที่เอาไว้สำหรับปูนอนกันเลยดีกว่าจ้า

1.ตัวช่วยชำระล้าง อีกหนึ่งตัวช่วยง่ายๆ ที่เราสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนสีขาวของเราได้ โดยนำเบกกิ้งโซดามาใช้ชำระล้าง เท่านี้ผ้าปูที่นอนของเราก็จะขาวดูสวยสดใสแล้วก็น่าใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้วจ้า

2.วิธีซักชำระล้าง เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาสีตกใส่ผ้าปูที่นอน ขณะซักและทำความสะอาด เพื่อนๆ ควรจะแยกซักผ้าปูที่นอนต่างหาก ไม่ซักปนกัน เท่านี้ก็ช่วยลดปัญหาดังกล่าวไปได้แล้วจ้า

3.ผงซักฟอก จำนวนผงซักฟอกที่เราใช้ในการซักและทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ควรจะใส่ในจำนวนที่พอดิบพอดี เนื่องจากว่าถ้าหากใส่เยอะจนเกินไปอาจส่งผลให้ผ้าปูที่นอนหม่น หรือถ้าหากไม่เพียงพออาจส่งผลทำให้ผ้าไม่สะอาดได้

วิธีการตกแต่งบ้าน แบบพอเพียงและประหยัดไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง!!!

         การตกแต่งบ้าน ก็เหมือนกันควรเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญค่ะ เพราะความงามในศิลปะการตกแต่งภายในบ้านนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลัก

การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม : การจัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้าน มีทางสัญจรที่คล่องตัวดูไม่เกะกะ มีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน เช่นห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำ แบ่งโซนภายในห้องอย่างชัดเจน ห้องครัวจะต้องเริ่มจากตู้เย็น อ่างล้างจาน แล้วถึงจะเป็นเตา ทางสัญจรจึงจะไม่ทับเส้นกัน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ : จัดบ้านให้สะอาดในที่นี้หมายถึงการใช้แสงที่เหมาะสมมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสม การจัดพื้นที่ไม่ระเกะระกะจนเกินไป ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบในชิ้นเดียว

การเลือกซื้อของ : ควรเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพง จริงๆ ในเมืองไทยเรามีของสวยๆ แต่ราคาไม่แพงเยอะแยะมากมายเพียงแต่เราต้องขยันหากันหน่อยอย่างเช่นจตุจักร ก็เป็นแหล่งของนักช้อปราคาประหยัด เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตาเยอะมากค่ะ หรือถ้าสนใจเดินแถวๆ บางโพก็จะเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดีอีกทีค่ะ อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

การวางแผนการตกแต่ง : ควรมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะใครที่สร้างบ้าน และตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่ชัดเจน และกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่บานปลายภายหลัง ก็จะเรียกได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”

วิธีการตกแต่งบ้าน  แบบพอเพียงและประหยัดไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง!!!

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนฝูงๆ ไปดู “การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง”

         วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนฝูงๆ ไปดู “การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง” กันจ้ะ จากสถานการณ์เศรษฐกิจบ้านเราในสภาวะปัจจุบันที่มีแต่ปัญหา จากเดิมที่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขณะนี้ก็คงจำเป็นต้องใช้เงินอย่างประหยัดกันแล้วล่ะจ้ะ การจะเลือกจ่ายตลาดก็จะต้องพิจารณาอย่างละเอียด การแต่งบ้านก็เช่นกันควรจะเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายตลาดแพงจ้ะ เพราะความงดงามในศิลป์การตกแต่งด้านในบ้านนั้นเกิดจากส่วนประกอบหลักของ Space, การเลือกอุปกรณ์ที่สมควร เลือกใช้รูปทรงที่พอดิบพอดีเท่านี้ก็สามารถแต่งบ้านแบบพอเพียงได้แล้วจ้ะ

1. การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม

1. การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม

วิธีจัดวางพื้นที่ให้สมบูรณ์แบบ : จัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้าน มีทางเดินที่คล่องตัวดูไม่เลอะเทอะ มีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน อย่างเช่นห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำเท่านั้น แบ่งโซนภายในห้องให้ดูสะอาดสบายตา ห้องครัวจะต้องเริ่มจากตู้เย็น อ่างล้างจาน และถึงจะเป็นเตา ทางเดินในบ้านจึงจะไม่ทับเส้นกัน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่หายไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

2. การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ

2. การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ

วิธีจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดตาแบบมีศิลปะ : จัดการบ้านให้สะอาดหูสะอาดตาในที่นี้คือการใช้แสงที่สมควรมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสม วิธีจัดพื้นที่ไม่เลอะเทอะจนเกินไป ควรต้องเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบในชิ้นเดียว

3.การเลือกซื้อของ

3.การเลือกซื้อของ

เวลาเลือกซื้อของ : ควรจะเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพงมาก จริงๆ ในประเทศไทยเรามีของสวยๆ และราคาถูกๆเยอะแยะมากมายเพียงแค่เราต้องขยันหากันหน่อยโดยอย่างเช่นจตุจักร ก็เป็นสถานที่ของนักช้อปราคาประหยัด เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตาเยอะมากจ้ะ แต่ถ้าอยากเดินเล่นแถวๆ บางโพก็จะเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดีอีกทีค่ะ แต่จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

4. วางแผนการตกแต่ง

4. วางแผนการตกแต่ง

ขั้นตอนการวางแผนการตกแต่ง : ควรจะมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะใครที่สร้างบ้าน และตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่ชัดเจน และกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่บานปลายภายหลัง ก็จะเรียกได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”

ไอเดียแต่งบ้านอย่างพอเพียง ก็เป็นเคล็ดลับเล็กๆ ของการแต่งบ้านให้ประหยัดเงินในกระเป๋าค่ะ ถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วสนใจก็ลองนำทฤษฎีนี้ไปตกแต่งบ้านของเพื่อนๆ กันดูนะคะ

วิธีการวางแผนการตกแต่ง : จะต้องมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณแย่ลงกว่าเดิม เนื่องจากใครที่สร้างบ้าน และก็ตกแต่งบ้านชอบแย่ลงกว่าเดิม แนวทางแก้ปัญหากล้วยๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่กระจ่างแจ้ง รวมทั้งกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เราระบุไว้ แยกเป็นรายการให้เด่นชัด ตั้งราคาขึ้นเองตามความน่าจะเป็นไปได้ให้ครบอีกทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงก็เลยจะได้ผลอย่างดีเยี่ยม หรืออีกแนวทางคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความสวยงามอย่างพอดี รวมทั้งงบประมาณจะไม่แย่ลงกว่าเดิม จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่แย่ลงกว่าเดิมวันหลัง ก็จะพูดได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”

10 ไอเดียตกแต่งบ้านสุดปัง สุดสวย ด้วยงบประหยัดๆ

          ลองดูกันว่า ไอเดียการแต่งบ้าน จะจุดประกายความคิดให้คุณลุกมาพลิกโฉมใหม่ให้กับที่อยู่อาศัยเดิมๆ ของตัวเองได้มาก-น้อยแค่ไหน สำหรับคนที่มีบ้านแล้ว ไม่มีอะไรน่าสนุกไปกว่าการตกแต่งบ้านแน่นอน เพราะนอกจากจะเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว ยังสะท้อนถึงตัวตนของคุณในฐานะเจ้าของบ้านอีกด้วย

1. มุมแห่งหมอน

ลองสำรวจดูว่าในบ้านของคุณมีมุมที่จะเล็กเกินกว่าจะเป็นห้อง หรือดีเกินกว่าจะเอาของมากองๆ แอบไว้ ยิ่งถ้ามุมนั้นเป็นบริเวณที่เงียบสงบด้วยแล้วล่ะก็ … อย่าปล่อยไว้ให้ลอยนวล ลองหาเบาะหรือฟูกขนาดพอๆ ดี (จะทำขึ้นพิเศษก็ไม่ว่ากัน) หรือปูรองด้วยเบาะนุ่มๆ ให้เต็มพื้นที่ จากนั้นวางหมอนที่คุณชอบลงไปให้มากที่สุด หากมืดไป ติดไฟสักหน่อย หรือถ้ามีหน้าต่างยิ่งดี จะมีทีวีหรือชั้นวางหนังสือก็ไม่ว่า … หลังจากนั้น ทุกคนในบ้านจะรู้เองว่า เขาควรมาหาคุณได้ที่ไหน เพราะการได้ซุกตัว เกลือกกลิ้งกับหมอนนุ่มๆ มันสุขอย่าบอกใครเลยล่ะ!

2. ใต้บันไดใช้ให้คุ้ม

พื้นที่ใต้บันไดเป็นส่วนที่หลายๆ บ้านมักจะนำของที่ไม่ได้ใช้ (และไม่ยอมทิ้ง) มากองเอาไว้ จนบางทีคุณเองก็ลืมไปแล้วว่าตัวเองเก็บอะไรไว้บ้าง เราไม่ได้ห้ามคุณเก็บของไว้ที่นี่ เพียงแต่เราอยากชวนคุณมาสนุกกับบันไดเพิ่มอีกนิดเท่านั้นเอง ถ้าคุณไม่ได้คิดมากอะไร ลองสร้างชั้นวางหนังสือหรือของแต่งบ้านเก๋ๆ ที่คุณมีไว้ในครอบครองเพื่ออวดแขกผู้มาเยือนก็เข้าท่า จะสร้างช่องเก็บของลับเหมือนในภาพ ก็เท่ดี หรือจะทำลิ้นชักวางรองเท้า (หรืออะไรก็ได้) ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยคนที่มีสัตว์เลี้ยงอาจจะทำเป็นมุมเล็กๆ ให้น้องหมาน้องแมว

3. ติดตั้งระบบกำจัดแมลง

อันนี้อาจจะไม่ใช่การตกแต่งบ้าน แต่บอกเลยว่าคุณควรจะทำอย่างยิ่ง เพราะเรื่องแมลงในบ้านไม่ใช่เรื่องสนุกโดยเฉพาะปลวก ซึ่งหากคุณต้องเผชิญหน้ากับพวกมันสักครั้งแล้ว คงลืมไม่ลงไปทั้งชีวิต อย่ากระนั้นเลย อย่าให้บ้านที่สวยงาม ของที่คุณรักต้องกลายเป็นการอาหารของเพื่อนตัวน้อยเหล่านี้ การติดตั้งท่อกำจัดแมลงในกำแพงหรือใต้พื้นจะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะมาก อย่าประมาทครับ เพราะมันจะมาโดยที่คุณไม่รู้ตัว

4. สร้างห้องแห่งความลับ

ไอเดียตกแต่งภายในแบบไม่ซ้ำใครอันนี้น่าสนใจไม่เบา ถ้าบ้านคุณมีที่เหลือสักหน่อย จะกั้นห้องส่วนตัวไว้หนีจากโลกภายนอกไว้ก็ไม่เลว เพราะทุกคนก็อยากจะมีเวลาที่อยู่กับตัวเอง มีของที่อยากเก็บไว้ดูหรือใช้งานคนเดียว ฉะนั้นคงไม่แปลกอะไรที่คุณจะออกแบบประตูให้ซ่อนอยู่ใต้บันไดหรือหลังชั้นหนังสือก็ได้ครับ แขกไปใครมาร้อยทั้งร้อย ไม่มีทางหาเจอ … ได้อารมณ์บ้านสายลับเหมือนหนังฮอลีวู้ดเลยไหมล่ะ

5. ความสุขริมระเบียง

แดดร่มลมตก รัตติกาลระบายท้องฟ้าให้เป็นสีนิล ดาวนับล้านด้วยสาดแสงส่องระยับ คืนไหนจันทราอวดโฉมมาประดับให้ฟ้านวลงาม บรรยากาศโรแมนติกขนาดนี้ ออกมานั่งชิลริมระเบียง พร้อมเครื่องดื่มชื่นใจสักแก้ว นี่คือความสุขง่ายๆ ที่เกิดขึ้นได้ในบ้านคุณเอง เพิ่มพื้นที่การใช้งานบนระเบียงด้วยการติดตั้งบาร์เล็กๆ ไว้สำหรับวางของ และใช้เป็นมุมพักผ่อนกับสมาชิกในบ้านหรือแบ่งปันช่วงเวลากับเพื่อนผู้มาเยือน ง่ายๆ แต่คูลจริงๆ เป็นอีกจุดที่ให้โอกาสคุณใช้ไอเดียแต่งบ้านที่เคยอยู่ในฝันได้อย่างเต็มที่

6. ที่ว่างเหนือบันได

และเราก็กลับมาสนุกกับบันไดอีกครั้ง สำหรับหลายๆ บ้าน พื้นที่เหนือบันไดคือที่โล่งๆ โล่งจนนึกเสียดาย โล่งจนบางทีเราก็ทนไม่ได้ ครับ… อย่าปล่อยให้อากาศยึดเอาพื้นที่บ้านเราไป ลองปรับให้บริเวณนี้กลายเป็นมุมที่เด็กๆ สามารถสนุกกับของเล่นได้ หรือจะวางสิ่งของ หรือทำกิจกรรมอะไรที่ไม่ได้มีน้ำหนักมากนักก็เข้าท่า ลองนั่งมองมุมนี้ดีๆ คุณทำอะไรได้เยอะเลยครับ

7. หลุมหรรษา

มาเปลี่ยนห้องนั่งเล่น หรือห้องรับแขกของคุณด้วยไอเดียคูลๆ ที่ดูอลังการกันสักหน่อย คุณแค่ต้องเล่นระดับกับพื้น ไม่ว่าจะให้มันยุบลงไปเลย หรือยกระดับแล้วค่อยทำให้มันเป็นหลุมตรงกลาง มีที่นั่งบุนวมหรือโซฟานุ่มๆ ตรงกลางมีโต๊ะสำหรับวางของหรืออาหาร มีทีวีหรือเครื่องเล่นวีดิโอเกมด้วยก็ยิ่งดี คราวนี้บ้านคุณจะกลายเป็นจุดนัดพบของแก๊งเพื่อนๆ บ่อยขึ้นเยอะเลยทีเดียว เพราะเจ้าหลุมหรรษานี่เหมาะจะนั่งพูดคุยหรือทำกิจกรรมกันอย่างสบายๆ และหากคุณยกพื้นขึ้นมา รอบๆ หลุมนี้คุณเจาะเป็นช่องเก็บของได้อีกด้วย

8. ช่องลับในห้องน้ำ

เคยคิดไหมครับว่า คุณจะเก็บอะไรไว้ในที่ๆ คนอื่นคิดไม่ถึง อย่างเช่น … ในผนังห้องน้ำ ลองสำรวจว่าผนังห้องน้ำของคุณหนาแค่ไหนและจะเจาะช่องว่างได้ขนาดเท่าใด คราวนี้ก็ทำลิ้นชักลับๆ แล้วซ่อนมันไว้หลังแผ่นกระเบื้อง แค่นี้ก็ไม่มีใครหาเจอ … คำแนะนำอย่างหนึ่งคือ ทำสีหรือลายกระเบื้องให้มีจุดสังเกตสักนิด ไม่งั้นคนที่จะหาไม่เจออาจรวมตัวคุณเองด้วยก็ได้

9. ประตูปิงปอง

ก็ตามชื่อ เพราะนี่คือประตูปิงปองซึ่งคุณใช้มันเป็นโต๊ะปิงปองในยามว่างได้ จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายไอเดียที่คุณจะสนุกกับประตูของ แค่พลิกมันลงมาแล้วก็ใช้ประโยชน์แบบอื่นนอกจากเป็นทางเข้า-ออกจากห้อง แต่เราว่าปิงปองก็สนุกอยู่นะ และแน่นอนว่าประตูแบบนี้จะพิเศษสักหน่อย คงต้องสั่งเข้ามานะครับ

10. ดึงดูดทุกสายตาด้วยผนังแม่เหล็ก

ทีเด็ดสุดท้ายของการตกแต่ง บ้าน ที่เรานำมาฝากในวันนี้คือ ผนังแม่เหล็ก นวัตกรรมที่มีความเท่และอรรถประโยชน์สูงในตัวมันเอง ลองคิดดูว่าถ้าคุณมีผนังแม่เหล็กอยู่ละก็ คุณจะได้สัมผัสกับมิติใหม่แห่งการแต่งบ้าน เริ่มจาก คุณจะสามารถจัดแกลลอรี่ส่วนตัวไว้บนผนังได้ด้วยหมุดแม่เหล็กตัวเล็กๆ เท่านั้น หรือ หากผนังคุณมีแรงดึงดูดมากพอ จะแขวนหิ้งหรือชั้นวางของไว้ลอยๆ ให้คนอื่นทึ่งโดยไม่ต้องเจาะผนังให้เสียหาย คุณจะเลือกทาสีแม่เหล็กหรือติดตั้งแผ่นแม่เหล็กแล้วทาสีทับซ่อนไว้บนผนังก็ได้ตามการใช้งานเลย

10 ไอเดียตกแต่งบ้านสุดปัง สุดสวย ด้วยงบประหยัดๆ

5 เทคนิคการแต่งบ้าน แนวไฟไอเดียสวยๆ และเหมาะกับคนงบน้อย

           การตกแต่งบ้าน นั้นมีหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบโมเดิร์น แบบลอฟท์  Loft วินเทจ หรือจะเป็นการแต่งแบบแนว Contemporary ร่วมสมัย ซึ่งแต่ละคนก็มีความชอบในสไตล์ที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าคุณจะชอบการตกแต่งแบบสไตล์ไหนก็ตาม มันไม่มีข้อจำกัดและแต่ละแบบก็สามารถที่จะสร้างสรรตกแต่งให้บ้านสวยได้จริงๆจนเพื่อนๆคุณต้องชม

1. เลือกใช้โคมไฟใหญ่เป็น Master Piece

         การใช้โคมไฟเป็น Master piece ในการตกแต่งนั้นจะทำให้คุณได้บ้านที่สวยขึ้นทันตาเห็นอย่างห้องด้านบนเป็นต้น แถมยังใช้งบประมาณที่ต่ำกว่าวิธีอื่นๆอยู่มาก ยิ่งเวลาเปิดไฟด้วยนั้นบ้านคุณจะยิ่งดูมีมิติสวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว อีกอย่างการใช้โคมไฟเพดานห้อยลงมายังประหยัดเนื้อที่แนวราบทำให้คุณยังคงมีพื้นที่ใช้สอยอีกเยอะเลย ดีกว่าการซื้อเฟอร์นิเเจอร์อื่นเข้ามาเพราะมันจะทำให้ไม่มีที่สำหรับเดินไปมาอย่างสะดวกนั้นเอง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่นักออกแบบบ้านต่างนิยมใช้กันที่สุดเพราะ ประหยัดงบและเห็นผลจริง

          แค่เรื่องขนาดสำคัญมากเลยหรอ? ใช่แล้วครับขนาดของโคมไฟมีส่วนสำคัญที่ทำให้โซนโต๊ะกินข้าวของคุณเกิดหรือดับได้เลยครับ หลายๆคนเลือกขนาดโคมไฟบนโต๊ะอาหารไม่เหมาะสมกับขนาดของตัวโต๊ะ ซึ่งทำให้ความลงตัวของบ้านนั้นดูน้อยลงไปอย่างมาก บางคนมีโต๊ะขนาดใหญ่แต่กลับมีโคมไฟเล็กนิดเดียว บางคนมีโต๊ะเล็กกลับใช้โคมไฟใหญ่เกินไป นักออกแบบจึงแนะนำให้คุณใช้โคมไฟที่มีความกว้างน้อยกว่าความกว้างของโต๊ะคุณเล็กน้อย ยกตัวอย่างเช่น โต๊ะ 120cm ฉะนั้นโคมไฟบนโต๊ะอาหารควรอยู่ที่ 70cm – 100cm ครับ หรือหากคุณชอบโคมไฟเล็กๆ ก็ให้ใช้ 2 – 3 โคมห้อยเรียงกันจะทำให้ห้องคุณดูสวยขึ้นได้อย่างมากเลยครับ

  3. โทนแสงสร้าง Mood & Tone 

         แสงของห้องนั้นสามารถทำให้เกิดความรู้สึกที่ต่างกันได้ เพราะฉะนั้นคุณควรเลือกใช้แสงไฟที่เหมาะสมกับห้องของคุณ โดยปกติหลอดไฟแสงวอร์มไวท์ Warmwhite ซึ่งอุณหภูมิแสงอยู่ที่ 3000k แสงออกสีอมเหลืองส้มเป็นหลอดที่เราจะแนะนำให้คุณใช้ภายในห้องนั้งเล่น เพราะมันจะทำบ้านคุณดูอบอุ่น น่าอยู่นั้นเอง ส่วนแสงเดย์ไลท์ Daylight 6000K นั้น เป็นโทนแสงสีขาว เราจะเน้นให้ใช้ในที่ๆต้องการใช้สายตาทำงานอย่างห้องทำงานและยังเหมาะกับบ้านแนวโมเดิร์นอีกด้วย ฉะนั้นหากคุณต้องการเน้นเรื่องดูอบอุ่นให้ใช้โทนแสงวอร์มไวท์และหากคุณต้องการให้ห้องดูสว่างดูสะอาด ดูโมเดิร์นขึ้น การใช้แสงเดย์ไลท์ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีนั้นเอง

4. ไฟหัวเตียงที่ไม่ธรรมดา

          ทำไมไฟหัวเตียงต้องตั้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงหล่ะ? ลองแนวคิดสมัยใหม่ที่สวยกว่าและดีกว่ากันไหม? เทคนิคลับการประยุคโคมไฟหัวเตียงสมัยใหม่นี้ ทั้งมัณฑนากรและนักออกแบบภายในต่างริเริ่มหันมาใช้ไฟห้อยเพดานขนาดเล็กและไฟกิ่งติดผนังกันมากขึ้น เพราะมันทำให้ห้องนอนของคุณโดดเด่นมีเอกลักษณ์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโรงแรมหรูๆต่างๆเริ่มนำมาใช้กันต่อเนื่องและเป็นที่นิยมกว่าการใช้ไฟตั้งโต๊ะ เพราะว่าคุณสามารถประหยัดพื้นที่ใช้สอยบนโต๊ะคุณได้มากขึ้นนั้นเอง สวยเด่น มีเอกลักษณ์ แถมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอีกด้วย

5. LED Strip Light สุดยอดไฟตกแต่ง

         อีกหนึ่งเทคนิคลับ การตกแต่งบ้าน ให้สวยแห่งยุคนี้เลยก็ว่าได้ นั้นก็คือการใช้ LED Strip Light (สตริปไลท์) ในการตกแต่งห้องนั้นเอง ซึ่งตัว LED Strip Light นี้นักออกแบบ Designer ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับทำไฟหลับ หลบอยู่ตามขอบเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อาทิเช่น ใต้เตียงนอน ชั้นวางของ ใต้บันได ตามทางเดินและอีกหลายๆที่ๆคุณจะคิดได้เลยก็ว่าได้ มันสามารถนำไปใช้ได้หมดทุกที่จริงๆ เพราะเจ้าตัวนี้จะทำหน้าที่ Highlight เน้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ให้โดดเด่น ดูสวยขึ้นอย่างมาก และอย่างที่เรารู้กันและเป็นที่ยอมรับในมุมกว้างว่าแสงจากโคมไฟที่ดีจะทำให้บ้านคุณสวยขึ้นถึง 80% และเจ้าตัว Strip light นี้แหละที่ช่วยคุณได้อย่างมากเลยทีเดียว ส่วนสีที่ใช้แล้วสวยทางมัณฑนากรและนักออกแบบภายในชั้นนำต่างแนะนำให้ใช้สี วอร์มไวท์ Warmwhite เป็นหลัก เพราะเข้ากับทุกแบบบ้านได้ง่ายนั้นเอง และควรเลือกใช้ แรงดันไฟที่ 24V เพื่อไม่ให้ไฟตก คงที่คงวาตลอดเส้น strip light ครับ ลองนำเทคนิคลับแต่งบ้านไปใช้กันน่ะครับ รับรองว่าบ้านคุณจะสวยขึ้นจนเพื่อนๆคุณต้องชมกันเลยทีเดียว !

5 เทคนิคการแต่งบ้าน แนวไฟไอเดียสวยๆ และเหมาะกับคนงบน้อย

 

5 วิธีการตกแต่งบ้านที่คนนิยมนำไปตกแต่งบ้านของตัวเอง

          ปัจจุบันสไตล์การตกแต่งบ้านนั้นก็มีให้เลือกมากมายหลากหลาย ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความชอบของเพื่อนๆ แต่ละคน อีกทั้งแต่ละสไตล์นั้น ก็ย่อมให้อารมณ์ ความรู้สึกและ การตกแต่งที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราจึงมี 5 สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยมมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ 

     1. การตกแต่งบ้าน Modern Style

เริ่มต้นกันด้วยสไตล์โมเดิร์นกันก่อนเลย สำหรับสไตล์นี้เพื่อนๆ คงคุ้นหู คุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นสไตล์การตกแต่งที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้

           จุดเด่นสไตล์โมเดิร์น จะมีความเรียบง่ายที่ผสมผสานเข้ากับความทันสมัย  โดยจะเน้นโทนสี ขาว ดำ เทา ในการตกแต่งเป็นหลัก  ซึ่งถือเป็นสไตล์ที่มีการตกแต่งค่อนข้างง่าย

            Tip!! การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น  เพียงเพื่อนๆ เน้นโทนสีขาว ดำ เทา ในการตกแต่ง  โดยแต่ละส่วนนั้น ควรเลือกใช้โทนสีที่แตกต่างกันออกไป เพื่อไม่ให้ภายในห้องดูมืด หรือ สว่างจนเกินไปอาทิ  ตกแต่งผนังบางส่วนเป็นแบบไฮไลท์ด้วยวอลเปเปอร์โทนสีดำหรือเทา และ เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีขาวและสีดำ  เพื่อให้สีดูตัดกัน  โดยเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้นั้น ควรเป็นแบบเหลี่ยมหรือเป็นรูปทรงโมเดิร์น เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะได้ห้องสไตล์โมเดิร์นแล้วค่ะแต่หากกลัวว่าห้องจะไม่มีสีสันนั้น ก็สามารถตกแต่งด้วยต้นไม้น่ารักๆ  ของตกแต่งสีสดใส หรือ เฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันเพียงบ้างส่วน ก็ได้เช่นกันค่ะ

       2. การตกแต่งบ้าน Vintage Style

การตกแต่งสไตล์วินเทจนั้น จะเป็นการนำแฟชั่นหรือของตกแต่งยุคก่อนๆ  กลับมาใช้ในการประดับตกแต่ง หรือจะเป็นการนำของใหม่นำมาทำให้เก่าก็ได้เช่นกัน  จึงทำให้ภายในบ้านเต็มอิ่มไปด้วยกลิ่นอายของความย้อนยุค

            จุดเด่นของสไตล์วินเทจ นั้นก็คือความหวาน และ ลวดลายดอกไม้ ซึ่งเป็นสไตล์ที่สาวๆ มักชอบเป็นพิเศษ โดยโทนสีที่เลือกใช้จะออกไปในโทนสีพาสเทล อาทิ สีชมพู สีฟ้า เป็นต้น จึงทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยความหวานที่ผสมผสานกับความย้อนยุคนิดๆ ค่ะ

            Tip!!  การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ  ให้เพื่อนๆ เน้นในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ และ โทนสีเป็นหลัก  ซึ่งเฟอร์นิเจอร์จะมีเอกลักษณ์ที่สื่อให้เห็นถึงความเป็นสไตล์วินเทจด้วยรูปทรงที่โค้งหรือแนวเจ้าหญิง โดยส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีขาวสำหรับโทนสีเพื่อนๆ อาจจะตกแต่งบริเวณผนังด้วยการทาสีโทนพาสเทล หรือ จะเพิ่มความหวานด้วยการติดวอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้บริเวณผนังก็ได้เช่นกันโดยวิธีการติดวอลเปเปอร์ลวดลายดอกไม้นั้น  บริเวณรอบห้องแนะนำให้เลือกเป็นลายดอกไม้ที่มีขนาดเล็ก และมีช่องว่างระหว่างดอกไม้พอสมควรเพื่อช่วยลดความลายตาในการมองเห็นแต่หากต้องการใช้เป็นลายดอกไม้แบบดอกใหญ่ Infinity Design ผ้าม่าน แนะนำให้ติดเป็นแบบไฮไลท์หรือเพียงบางจุดก็เพียงพอ เพื่อให้ดอกไม้ดูโดดเด่นและสะดุดตาค่ะ

      3. การตกแต่งบ้าน Loft  Style

เป็นการตกแต่งที่เน้นให้เห็นถึงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม  ซึ่งมีการตกแต่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้มีการนำโครงสร้างต่างๆ อาทิ เหล็ก ปูน ไม้  มาทำให้เกิดเป็นความโดดเด่นและสะดุดตา

          จุดเด่นของสไตล์ลอฟท์ จะให้ความรู้สึกเท่ และ ดิบ ด้วยการโชว์ให้เห็นถึงโครงสร้างบ้างส่วนของภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เสาเหล็ก และ ปูนเปลือย อีกทั้งยังได้เน้นความโปร่งโล่ง ด้วยเพดานสูง ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับโรงงาน หรือ โกดัง นั้นเองค่ะ

          Tip!! การตกแต่งบ้านสไตล์ลอฟท์  อย่างที่ได้เกริ่นไปในตอนต้นว่าการตกแต่งสไตล์ลอฟท์นั้น จะเน้นการโชว์ของโครงสร้าง ฉะนั้นการตกแต่งควรโผล่ให้เห็นถึงโครงสร้างบ้างส่วนภายในบ้านอย่างเหล็ก ไม้ เป็นต้นหรือถ้าจะให้ง่ายไปกว่านั้น อาจเลือกตกแต่งบริเวณผนังด้วยวอลเปเปอร์ลวดลายอิฐ หรือ ปูนเปลือย เพื่อสร้างบรรยากาศของความเท่และความดิบ  พร้อมตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำมาจากไม้ หรือ โลหะ  บวกโคมไฟโลหะและของตกแต่งเท่ๆ  เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็จะได้ห้องสไตล์ลอฟท์แล้วค่ะ  แต่หากกลัวว่าผนังจะไม่สมจริงนั้น เพื่อนๆ ก็สามารถเลือกใช้เป็นอิฐเทียม นำมาตกแต่งที่บริเวณผนังก็ได้เช่นกันค่ะ

     4. การตกแต่งบ้าน Contemporary Style

สำหรับสไตล์นี้ จะเป็นการตกแต่งแบบร่วมสมัย ที่มีการนำแต่ละสไตล์มาผสมผสานกัน ตั้งแต่ 2 สไตล์ขึ้นไป ซึ่งการตกแต่งนั้น จะเน้นความชอบและการใช้งานของผู้ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

         จุดเด่นของสไตล์คอนเทมโพรารี่ จะเป็นความเรียบง่าย ที่มีการนำแต่ละสไตล์มาผสมผสานกัน  ไม่ว่าจะเป็นโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งต่างๆ จึงทำให้สามารถเลือกแบบได้ตามที่ชอบและต้องการนั้นเอง

          Tip!! การตกแต่งบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่  สำหรับสไตล์นี้ถือเป็นสไตล์ที่มีการตกแต่งค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องนำหลากหลายสไตล์มาตกแต่งรวมกัน ซึ่งหากนำมาตกแต่งมากจนเกินไปก็จะส่งผลทำให้ดูลายตาและบ้านไม่สวยได้ฉะนั้นก่อนการตกแต่งนั้น ควรที่จะต้องมีการวางแผนให้ดีในการเลือก ไม่ว่าจะเป็นโทนสี เฟอร์นิเจอร์ และ ของตกแต่ง โดยเลือกให้มีความแมทช์หรือเข้ากัน ซึ่งอาจจะมีการใช้โทนสีเป็นตัวกำหนดอีกทั้งควรเลือกเฉพาะบางส่วนที่ชอบ และ จำเป็น เพื่อให้ง่ายต่อการตกแต่ง และ ไม่ทำให้บ้านดูรกอีกด้วย ซึ่งการตกแต่งสไตล์นี้จะไม่มีความตายตัว  ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้อยู่อาศัยเป็นหลักค่ะ

      5. การตกแต่งบ้าน Luxury Style

ความหรูหราที่แฝงไปด้วยความโมเดิร์น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เพราะไม่เพียงให้แค่ความอลังการอย่างเดียว แต่ยังให้ความรู้สึกที่ทันสมัย ซึ่งเข้ากับการตกแต่งในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

          จุดเด่นของสไตล์ลักซ์ชัวรี่ จะให้ความรู้สึกหรูหรา ที่มาพร้อมกับความโมเดิร์น และไม่ลืมกลิ่นอายของความอบอุ่น   อีกทั้งการตกแต่งด้วยของที่มีความมันวาว  ซึ่งถึงเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์ ลักซ์ชัวรี่ นี้เลยก็ว่าได้ค่ะ

           Tip!! การตกแต่งบ้านสไตล์ลักซ์ชัวรี่  สำหรับการตกแต่งสไตล์นี้ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงเพื่อนๆ  เน้นการตกแต่งด้วยของที่มีความมันวาว อาทิ  กระจก สเตนเลส วัสดุชุบโครเมียม  เป็นต้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดีแต่ไม่ควรตกแต่งเยอะมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ภายในบ้านดูระยิบระยับ และ รู้สึกลายตาได้  ในส่วนของผนังอาจมีการตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์โทนสีเทา  ดำ หรือ น้ำตาลเข้ม  เพื่อเพิ่มมิติให้ภายในบ้าน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกเรียบง่าย ทันสมัย และไม่ทำให้ดูหวือหวามากจนเกินไปสำหรับในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ แนะนำให้เลือกเป็นผิวสัมผัสที่มีความมันวาว เพราะจะให้ความรู้สึกที่โก้หรู แต่หากต้องการใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือ โซฟาผ้าบุนั้น ควรเลือกใช้เป็นโทนสีเดียวหรือแบบเรียบ ที่ไม่มีลวดลาย เพื่อคงความหรูหราเอาไว้นั้นเองค่ะ