5 สไตล์การตกแต่งบ้าน

1 .สไตล์มินิมอล

สไตล์มินิมอล (Minimal Style) หลัก สไตล์การตกแต่งบ้าน สไตล์มินิมอลก็คือ การตัดส่วนที่ไม่จำเป็น และเหลือไว้เฉพาะสิ่งสำคัญ ตามคอนเซ็ปต์ “Less is More” หรือน้อยแต่มาก โดยการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น สิ่งของถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบ สะอาดตา และเน้นใช้สีอิงกับธรรมชาติแบบสีเอิร์ธโทนหรือสีอ่อน ๆ เช่น สีขาว น้ำตาล สีเขียว และสีฟ้า

2. สไตล์สแกนดิเนเวีย

สไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian Style) สไตล์การตกแต่งบ้าน ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประเทศในกลุ่มนอร์ดิก (ยุโรปตอนเหนือ) ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานเท่านั้น แต่ยังมีดีไซน์ที่สวยงามให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะที่มีความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน นิยมใช้งานไม้และตกแต่งด้วยโทนสีกลางหรือสีอ่อน ๆ เช่น ครีม เทา น้ำเงิน หรือฟ้าอ่อน บรรยากาศภายในเน้นความโปร่งสบาย สว่าง และอบอุ่นด้วยแสงจากธรรมชาติ

          สไตล์รัสติก (Rustic Style) สไตล์การตกแต่งบ้านที่อาจดูคล้าย ๆ กับสไตล์ลอฟท์ แต่มีความแตกต่างตรงที่สไตล์รัสติกมีกลิ่นอายของวินเทจนิด ๆ และคันทรีหน่อย ๆ เน้นเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่และของที่ทำจากงานไม้ แม้จะเปลือยผิววัสดุ แต่ก็มีการตกแต่งให้ดูสวยงาม นอกจากนี้ยังนิยมใช้ของเก่ามารียูสใหม่หรือของ DIY ที่ทำขึ้นเอง

          สไตล์ทรอปิคอล (Tropical Style) สไตล์การตกแต่งบ้านที่ดูสดใสมีชีวิตชีวา นิยมใช้สีและลวดลายเลียนแบบธรรมชาติในเมืองร้อน เช่น สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง ผ้าพิมพ์ลายใบไม้ใหญ่ ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักร้อน เหมาะกับการพักผ่อน สบาย และผ่อนคลาย

สไตล์โอเรียนทอล (Oriental Style) การตกแต่งบ้านที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมและศิลปะจากฝั่งตะวันออก การดีไซน์และออกแบบของต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นและอากาศ โทนสีที่ใช้ส่วนมากนิยมใช้สีทอง น้ำตาล ดำ แดง และใช้วัสดุจากธรรมชาติ หาได้ง่ายจากท้องถิ่น เน้นความสบายมากกว่าความหรูหรา สะท้อนตัวตนของผู้คนในเอเชียได้เป็นอย่างดี

สไตล์การตกแต่งบ้าน อยากได้ห้องแบบนี้ จะบอกช่างยังไงให้เข้าใจตรงกัน !

เซฟรูปห้องแบบอย่างเก็บเอาไว้เยอะ อย่างงั้นก็มาถูกใจ ห้องนี้ แต่เวลาพอเก็บข้อมูลจะเอาไปคุยกับช่าง รู้สึกไม่แน่ใจว่าแบบห้องที่อยากได้เรียกว่า สไตล์ การตกแต่งบ้าน แบบไหน กลัวสื่อสารผิดพลาด

แล้วเข้าใจไม่ตรงกัน ทำให้งานออกมาเพี้ยนไปจากที่อยากได้ ถ้าอย่างนั้นมาดูพร้อม ๆ กันค่ะว่ามีสไตล์การตกแต่งบ้านแบบไหนบ้าง แล้ว สไตล์ การตกแต่งบ้าน แต่ละแบบมีจุดเด่นอย่างไร จะได้เอาไปคุยกับช่างได้รู้เรื่อง

 

 สไตล์โบฮีเมียน

          สไตล์โบฮีเมียน (Bohemian Style) หรือ โบโฮ-ชิค (Boho-Chic) ไม่ได้มีข้อจำกัดแน่นอนว่าจะต้องสีนั้นสีนี้หรือเน้นหนักไปที่การใช้วัสดุชนิดใดชนิดหนึ่ง เรียกได้ว่าค่อนข้างฟรีสไตล์ขึ้นอยู่กับความชอบ เลยทำให้เป็นสไตล์ตกแต่งบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์และสะท้อนตัวตนออกมาอย่างชัดเจน แต่มีจุดที่สังเกตได้อย่างชัด เลยก็คือ การตกแต่งบ้านสไตล์โบฮีเมียนมักจะสีสันจัดจ้าน เล่นกับเส้นสายลวดลาย ภายใต้แสงไฟซอฟต์ ๆ บรรยากาศสบาย ๆ ออกแนวชวนฝัน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือของตกแต่งจากธรรมชาติ เช่น ขนนก หิน กิ่งไม้ หรือการปลูกต้นไม้กระถางเล็ก ๆ ไว้ในบ้าน นอกจากนี้ก็ยังมีของแฮนด์เมด โมบาย งานโครเชต์ และดรีม แคชเชอร์ (Dream Catcher) ที่มักจะได้เห็นกันบ่อย ๆ จากการตกแต่งบ้านสไตล์นี้ด้วย

5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน สวยๆ ในสไตล์ต่างๆ

5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน สวยๆ ในสไตล์ต่างๆ

1. การตกแต่งบ้าน แบบ Classic Style – คลาสสิค สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

 

เริ่มกันที่แบบแรก จัดเต็มกับห้องนอนแนวคลาสสิค ตัวโครงสร้างของบ้านเน้นใช้เป็นวัสดุธรรมชาติมาสรรค์สร้างให้ลงตัวทั้งปูนดิบ อิฐมอญแดง งานเหล็กและรวมไปถึงโครงสร้างไม้

 

ส่วนของแต่งชิ้นใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้อีกอย่างก็คงหนีไม่พ้นตัว ผ้าม่าน (Curtain) นั้นเอง เพราะที่นี่บานหน้าต่างค่อนข้างกว้าง การเลือกสีผ้าจึงมีผลต่อภาพรวมของการตกแต่งในห้อง

 

 

2. การตกแต่งบ้านแบบ Contemporary Style – คอนเทมโพรารี่ สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

บ้านหลังที่ 2 เน้นอบอุ่นสไตล์ Contemporary โดยมิกซ์การใช้งานตั้งแต่ผ้าม่านและมู่ลี่ให้มาอยู่ด้วยกันแต่แบ่งโซนการใช้งานแบบลงตัว

ส่วนเฟอร์นิเจอร์ก็เน้นแนวงานไม้เรียบง่ายมาพร้อมโซฟาผ้าโทนสี Earth Tone แต่ใช้โซฟาผ้าก็ต้องหมั่นดูแลกันนิดนึงเพราะเลอะเร็วงานนี้อาจต้องพึ่ง  ทำความสะอาดโซฟาผ้า … ฉบับแม่บ้าน!

 

 

3. การตกแต่งบ้าน แบบ Modern Style – โมเดิร์น สไตล์

 

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

 

แน่นอนค่ะว่าแบบที่ 3 เป็น 1 ใน 5 สไตล์การตกแต่งบ้านยอดนิยม ที่แต่งง่าย ซึ่งหลังนี้ก็เช่นกันจัดหนักด้วยการตกแต่งแนว โมเดิร์น ลงของทุกอย่างแบบคลุมโทนทั้งหมด ตั้งแต่สีของโซฟา และผ้าม่าน

 

แต่ถ้าใช้สีเทาทั้งหมดทุกอย่างก็จะดูจืดจนหาความเด่นอะไรไม่ได้สักอย่าง มุมทีวีเลยจัดเป็นไซด์บอร์ดไม้สีอ่อนที่มาพร้อมโต๊ะกลางและพรมเพื่อความโดดเด่นแต่ถ้าเพื่อนๆอยากได้พรมสีอื่นก็ลองตามไปดู 5 สีพรมปูพื้นยอดฮิต!

 

 

4. การตกแต่งบ้านแบบ Loft Style – ลอฟท์ สไตล์

การตกแต่งบ้านแบบ Loft Style – ลอฟท์ สไตล์

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

งานดิบสาย Loft ต้องยกให้หลังนี้เลยจ้า เพราะทุกอย่างตั้งใจปั้นแต่งให้ออกมาแบบต้นฉบับของคำว่า Loft จริงๆ ไม่ใช่แค่ส่วนใดส่วนหนึ่งแต่ทุกผนังจะกรุด้วยอิฐมอญแดง บางจุดก็ใช้เป็นปูนเปลือย บานหน้าต่างก็ไม่ปล่อยให้ว่างจัด มู่ลี่ (Aluminum Blinds) สีดำด้านไปใส่ให้แสงจากภายนอกที่เข้ามาดู Soft มากขึ้นค่ะ

 

ส่วนฝ้าด้านบนถูกเปลี่ยนเป็นการวางคานปูนพร้อมเดินท่อไฟทั้งหมด แต่หากเพื่อนๆท่านใดไม่อยากทำไฟแบบเดินท่อทำรางก็สามารถไปหาซื้อ หลอดไฟ Style Loft สุดฮิต! มาแขวนแทนได้เลยค่ะ เหมาะสำหรับคนต้องการความสะดวกสบายเป็นที่สุด

5. การตกแต่งบ้านแบบ Nature style – เนเชอรัลสไตล์

การตกแต่งบ้านแบบ Nature style - เนเชอรัลสไตล์

ชมภาพการตกแต่งภายในห้องเพิ่มเติม คลิก

สำหรับห้องนี้ต้องบอกเลยว่าเน้นความเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ เพราะทุกอย่างที่รวมในห้องนี้ล้วนทำจากวัสดุไม้เป็นหลัก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการตกแต่งสไตล์ธรรมชาติ คือ การหยิบเอาวัสดุจากธรรมชาติมาใช้ในงานตกแต่ง เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่สามารถทำให้บ้านสวย และอบอุ่น อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ

จบแล้วกับ 5 ไอเดีย การตกแต่งบ้าน

7 สไตล์การตกแต่งบ้าน 

7 สไตล์ การแต่งบ้าน นั้น ขึ้นอยู่กับรสนิยมและสไตล์ความชอบของแต่ละคนซึ่งมีความสวยแตกต่างกัน

บางครั้งอยากจะปรับเปลี่ยนลุคให้บ้าน แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี วันนี้เรามีตัวช่วยที่จะทำให้คุณๆตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น กับ 7 สไตล์ การแต่งบ้าน  วินเทจ  คลาสสิก หรือ อินดัสเทรียล พร้อมแล้วไปชมพร้อมๆกัน
แต่งบ้านสไตล์ Eclectic

เติมเต็มบ้านสวย กับ 7 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: เอสบี ราชพฤกษ์

สนุกกับ Eclectic สไตล์
การตกแต่งบ้าน ในสไตล์ Eclectic คือการรวมความหลากหลายทั้งระยะเวลาและรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งถูกนำมารวมเข้าด้วยกันโดยผ่านการใช้ สี รูปทรง หรือการจัดวางองค์ประกอบ และยังมุ้งเน้นการผสมผสานมากกว่าการทำให้เข้ากัน แต่องค์ประกอบทั้งหมดก็ควรถูกจัดวางให้เกิดมุมมองที่สวยงามและเหมาะสม เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่นนี้  ดูภาพเพิ่มเติม เอสบี ราชพฤกษ์
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายในแต่งบ้านสไตล์คลาสสิก

เติมเต็มบ้านสวย กับ 8 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: บ้านกลางเมืองพระราม 2

เป็นสไตล์ที่ทุกคนน่าจะเคยเห็นกันมาอยู่ใน รูปแบบของสไตล์คลาสสิกนั้น จะมีการตกแต่งภายในที่ให้ความหรูหราไม่ได้เน้นการใช้สอยมากนัก เนื่องจากเป็นสไตล์ที่ต้องการความโอ่อ่า จึงเหมาะกับแบบบ้านที่มีพื้นที่เยอะ และฝ้าเพดานสูง มีการใช้ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ที่พิมพ์ลายชัดเจนหรือทออย่างประณีต หรือใช้หนังแท้ผสมผสานกับการตอกหมุดทองเหลือง งานพื้นถ้าเป็นหินก็จะใช้หินอ่อนหรือหินแกรนิต มีการใช้ม่านที่จับจีบระบาย หรือกุ๊นด้วยเชือกเกลียวอย่างเข้าชุดกัน ดูภาพเพิ่มเติม บ้านกลางเมืองพระราม 2
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายในแต่งบ้านสไตล์อินดัสเทรียล

สถานที่: Maggio

เท่อินเทรนด์ อินดัสเทรียลสไตล์
การแต่งบ้านสไตล์นี้มีที่ต้นกำเนิดจากเมืองนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา มีรูปแบบตามชื่อคือการจัดแบบบ้านให้มีอารมณ์แบบโรงงาน เน้นทางเดินและพื้นที่เปิดโล่ง มองเห็นโครงสร้างของวัสดุที่ใช้อย่างชัดเจน องค์ประกอบหลักของการแต่งแบบอินดัสเทรียล คือปูน เหล็ก อิฐ ถ้ายังคิดไม่ออกให้ลองนึกภาพกำแพงอิฐที่ฉาบไม่เสร็จ โป๊ะไฟเหล็กส่องสว่างดวงโต โชว์งานระบบอย่างท่อแอร์และสายไฟที่ไต่ไปตามผนังโดยมีไม่มีฝ้าเพดาน การตกแต่งเน้นความน้อยโดยมองไปที่ฟังก์ชั่นในการใช้งานเป็นหลัก ดูภาพเพิ่มเติม Maggio
จัดสวนแบบสวนแบบสวนสวยแต่งสวน

เติมเต็มบ้านสวย กับ 8 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: Cafe Reverie

ชนบทผ่อนคลาย อิงลิชคันทรี่
สไตล์อิงลิชคันทรี่ คือการตกแต่งบ้านตามสไตล์บรรยากาศอ่อนหวานผ่อนคลายสไตล์ชนบทอังกฤษ เน้นอะไรที่เรียบง่าย บรรยากาศคล้ายบ้านไร่ มีความเป็นแบบบ้านไร่ ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สบายตา เช่น สีขาวเป็นต้น อ่านบทความฉบับเต็ม Cafe Reverie
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน

เติมเต็มบ้านสวย กับ 8 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: Mother May I

ทะเล ทะเล เมดิเตอร์เรเนียนสไตล์

การตกแต่งบ้านในเมดิเตอร์เรเนียน มีรากฐานมาจากประเทศที่มีพรมแดนติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเช่น สเปน กรีซ และอิตาลี หรือเราอาจเรียกว่าการตกแต่งแบบ Spanish modern หรือ Tuscan decorating ซึ่งสามารถสอดรับเข้ากับการตกแต่งแบบย้อนยุค(traditional) และแบบสมัยใหม่(modern)ได้ดีทั้งสองรูปแบบ การตกแต่งในสไตล์นี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะของการใช้สีที่ทำให้บรรยากาศภายในตัวแบบบ้านมีความเรียบง่าย อบอุ่นและเป็นกันเอง และยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสีสันของธรรมชาติโดยเฉพาะความรู้สึกที่สดชื่นเหมือนกับการได้พักผ่อนอยู่กับทะเล ท้องฟ้า ดูภาพเพิ่มเติม Mother May I
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน

เติมเต็มบ้านสวย กับ 7 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: เอสบี ราชพฤกษ์

เสน่ห์ของเก่า เสน่ห์วินเทจ
สไตล์วินเทจ เชื่อว่าการตกแต่งบ้านสไตล์นี้หลายๆคนคงชอบ เป็นการนำของเก่าของโบราณสมัยคุณย่าคุณยาย มาตกแต่งแบบเล่าใหม่ ชวนให้นึกถึงความทรงจำในยุคก่อน บางชิ้นที่เลือกนำมาตกแต่งบ้านอาจจะเป็นของเก่าเก็บจริงๆ บางชิ้นเป็นของเลียนแบบของเก่าขึ้นมา ดูภาพเพิ่มเติม เอสบี ราชพฤกษ์
แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน

เติมเต็มบ้านสวย กับ 7 สไตล์การแต่งบ้าน

สถานที่: SC ASSET

รูปแบบการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นนั้น ได้รับความนิยมมานานพอสมควร ตั้งแต่สมัยที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศยุโรป จากเดิมที่เน้นการตกแต่งบ้านแบบเวิ่นเว้อ เช่น Baroque และ Rococo ก็หันมาตกแต่งภายในในรูปแบบที่เรียบง่ายขึ้นเพราะปัญหาทางเศรษฐกิจและการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆได้ ปัจจุบันแม้ว่าการแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นจะพัฒนารูปแบบมากขึ้นแล้ว แต่ยังคงมีรูปแบบที่เน้นการใช้งาน มีความเรียบง่ายแต่ดูเก๋ ใช้เส้นสายขององค์ประกอบและเฟอร์นิเจอร์เป็นแบบกราฟฟิค นำรูปทรงเรขาคณิตสี่เหลี่ยม ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอยู่สบาย ไม่เลี่ยน ท่ามกลางความทันสมัย

วิธีการตกแต่งบ้านแบบพอเพียง

วันนี้ จะพาเพื่อนๆ ไปดู การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง กันนะครับ จากสภาพเศรษฐกิจบ้านเราในสภาวะปัจจุบันที่มีแต่ปัญหา จากเดิมที่เคยใช้เงินฟุ่มเฟือย ในตอนนี้ก็คงต้องใช้เงินอย่างประหยัดกันแล้วแหละ การจะเลือกซื้อของก็ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ การแต่งบ้านก็เหมือนกันควรเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง เพราะความงามในศิลปะการตกแต่งภายในบ้านนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลักของ Space, การเลือกวัสดุที่เหมาะสม, เลือกใช้สัดส่วนที่พอดีแค่นี้ก็สามารถแต่งบ้านแบบพอเพียงได้แล้ว

การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง

1. การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม

การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง

การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม : การจัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้าน มีทางสัญจรที่คล่องตัวดูไม่เกะกะ มีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน เช่นห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำ แบ่งโซนภายในห้องอย่างชัดเจน ห้องครัวจะต้องเริ่มจากตู้เย็น อ่างล้างจาน แล้วถึงจะเป็นเตา ทางสัญจรจึงจะไม่ทับเส้นกัน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

2. การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ

การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาด

การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ : จัดบ้านให้สะอาดในที่นี้หมายถึงการใช้แสงที่เหมาะสมมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสม การจัดพื้นที่ไม่ระเกะระกะจนเกินไป ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบในชิ้นเดียว

3.การเลือกซื้อของ

การเลือกซื้อของ

การเลือกซื้อของ : ควรเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพง จริงๆ ในเมืองไทยเรามีของสวยๆ แต่ราคาไม่แพงเยอะมากมายเพียงแต่เราต้องขยันหากันหน่อยอย่างเช่นจตุจักร ก็เป็นแหล่งของนักช้อปราคาประหยัด เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตาเยอะมากค่ะ หรือถ้าสนใจเดินแถวๆ บางโพก็จะเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดีอีกทีค่ะ อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

4. วางแผนการตกแต่ง

ไอเดียแต่งบ้าน

การวางแผนการตกแต่งบ้าน : ควรมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะใครที่สร้างบ้าน และตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่ชัดเจน และกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่บานปลายภายหลัง ก็จะเรียกได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่  “อยู่สบาย”

ไอเดียแต่งบ้านอย่างพอเพียง ก็เป็นเคล็ดลับเล็กๆ ของการแต่งบ้านให้ประหยัดเงินในกระเป๋าถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วสนใจก็ลองนำทฤษฎีนี้ไปตกแต่งบ้านของเพื่อนๆ กันดูได้เลย

การตกเเต่งห้องนอนสีหวานกับเดือนแห่งความรัก

การตกเเต่งห้องนอน ภายในให้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก ภายใต้โทนสีอันสดใสจากสีชมพูหวานที่พร้อมเติมเต็มความโรแมนติกเพื่อต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ โดยอาจตกแต่งภายในห้องให้มีมิติมากยิ่งขึ้น ด้วยการกรุผนังบริเวณที่จัดวางเตียงนอนจากผ้าบุเก็บเสียงโทนสีชมพูที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน ก่อนจะเพิ่มความสวยงามด้วยกรอบรูปติดผนัง ก็พร้อมสร้างบรรยากาศภายในห้องนอนสีชมพูให้สวยงามเป็นเอกลักษณ์และน่าดึงดูดมากยิ่งกว่าเดิม

การตกเเต่งห้องนอน ด้วยการทาสีฝาผนังโทนสีชมพูหวาน ก่อนที่จะตัดเลี่ยนด้วยการผสมผสานโทนสีกึ่งกลางอย่างสีครีม ซึ่งช่วยเติมเต็มมุมห้องให้มีบรรยากาศที่อบอุ่นและชวนผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น โดยอาจเลือกใช้โทนสีครีมตกแต่งในบริเวณผ้าม่าน พรมปูพื้น หรือชุดเครื่องนอนโทนสีสว่าง เพื่อเพิ่มความสมดุลให้โทนสีของห้องนอนเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายอย่างแท้จริง

เมื่อทุกพื้นที่เป็นสีชมพู แต่ก็ควรจะมาพร้อมความสวยงามอันเรียบหรู โดยการตกแต่งภายในห้องนอนให้โดดเด่นด้วยวัสดุที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์จากหินอ่อนธรรมชาติที่มาพร้อมโทนสีขาวสะอาดตา หรืออาจตกแต่งภายในห้องนอนเพิ่มความสวยหรูมากขึ้น ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุสีทองและเฉดสีโรสโกลด์ตกแต่งตามมุมห้องให้สวยสะดุดตา เพื่อทำให้บรรยากาศภายในห้องนอนสีหวานไม่ดูเลี่ยนจนเกินไป

สัมผัสความเป็นธรรมชาติที่ลงตัวกับห้องนอนสีหวานได้ไม่ยากเลย เพียงแค่ผสมผสานวัสดุไม้จากเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ด้วยงานไม้โทนสีอ่อนที่ให้ความรู้สึกสบายตา ก่อนจะหยิบนำโทนสีหวานอย่างสีชมพูมาตกแต่งไว้แต่พองาม โดยอาจเลือกใช้เป็นชุดเครื่องนอนสีชมพูอ่อน หมอนสีชมพู หรือของตกแต่งภายในห้อง เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวให้พร้อมผ่อนคลายในช่วงเวลาแห่งความรักอย่างลงตัว

จับคู่สีที่แตกต่างกันระหว่างสีชมพูและโทนสีเทาให้กลายเป็นคู่สีแห่งความรักที่พร้อมเติมเต็มบรรยากาศแห่งความหวาน แต่หากไม่อยากให้โทนสีเทาที่ใช้ตกแต่งภายในห้องนอนดูแข็งกระด้างจนเกินไป แนะนำให้เลือกใช้วัสดุที่มีผิวสัมผัสนุ่มสบายมาใช้เป็นวัสดุหลักในการตกแต่ง เช่น หมอนอิงขนนุ่มสีเทา หรือการกรุผนังหลังหัวเตียงด้วยผ้าบุกำมะหยี่สีเทา เพื่อลดทอนความดิบเท่ของโทนสีให้สมูธลงตัวกับสีชมพูได้อย่างกลมกลืน

ของประดับตกแต่งเพียงแคเล็กน้อยก็สามารถสร้างบรรยากาศสุดโรแมนติกให้ห้องนอนกลายเป็นช่วงเวลาสีชมพูสุดหวานได้ไม่ยาก ซึ่งนอกจากการเลือกใช้ของตกแต่งภายในห้องด้วยสีชมพูที่ดูอ่อนหวานแล้ว การนำดอกไม้จัดใส่แจกันแล้วนำมาวางประดับตามมุมห้อง หรือการตกแต่งภายในห้องนอนด้วยรูปภาพสุดน่ารักที่คุณวาดขึ้นเอง ก็สามารถเติมสีสันแห่งวันหวานให้ห้องนอนส่วนตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรักราวกับเป็นวันแห่งความรักทุกเมื่อ

7 “ไอเดียตกแต่งห้องนอน”เนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก

       “ไอเดียตกแต่งห้องนอน” อาทิตย์นี้สำหรับคนมีคู่คงต้องเนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก เซ็กซี่ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความรัก ความใกล้ชิด ความเสน่หา เพื่อทำให้ค่ำคืนแห่งวันวาเลนไทน์นั้นเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่แสนดี และนี่คือที่นักออกแบบแนะนำ

1.ตกแต่งแสงไฟให้มีเลเยอร์

ในห้องนอนถ้าอยากจะให้มีความโรแมนติกการดีไซน์เรื่องของแสงในห้องนอนถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเราควรมีการออกแบบแสงให้เป็นแบบมีมิติ ทั้งการกระจายแสงให้มีแสงไฟระยิบระยับ หรือการหรี่แสงไฟให้สว่าง หรือซอฟท์ลงได้ จะทำให้สภาพแวดล้อมภายในห้องนอนนั้นเซ็กซี่และมีความแตกต่าง

2.เพิ่มหมอนกำมะหยี่

ทำให้ห้องมีความโรแมนติกเพิ่มขึ้นด้วยการเติมหมอนเนื้อผ้ากำมะหยี่ใส่เข้าไปกับหมอนที่มีอยู่เดิม เพราะผ้ากำมะหยี่จะช่วยปรับให้ลุคห้องนอนนั้นมีความเซ็กซี่เพิ่มขึ้น

3.เพิ่มพื้นผิวสัมผัสผนังห้อง

เปลี่ยนห้องนอนที่เงียบสงบให้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นด้วยการทำให้ผิวสัมผัสที่ผนังห้องมีความแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม จะได้ด้วยงานศิลปะ ของตกแต่งใดๆ ก็ตาม

4.ไม่จำเป็นต้องใช้หมอนมากจนเกินไป

ห้องนอนสำหรับคนสองคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีหมอนมากจนเกินไป หมอนเพียงแค่ 4 ใบก็เพียงพอสำหรับใช้ในห้องนอนที่มีคนอยู่เพียงแค่ 2 คนแล้ว

5.ทำห้องนอนให้สะท้อนรสนิยมส่วนตัวของคุณ

ไม่ว่าจะเป็นสีที่คุณชื่นชอบ หรืออะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นควรสะท้อนในห้องนอนของคุณ เพื่อแสดงว่าห้องนอนคือห้องนอนที่คุณรัก

6.ทำวอลล์เปเปอร์ให้มีมิติ

เพิ่มผนังให้มีความลึกและมีมิติด้วยการใช้วอลล์เปเปอร์ ซึ่งวอลล์เปเปอร์สามารถช่วยทั้งเรื่องการสร้างสีสัน และเปลี่ยนอารมณ์ผนังเก่าได้เป็นอย่างดี

7.ไร้เทคโนโลยี

ห้องนอนสำหรับคู่รักควรเป็นห้องนอนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ทีวี หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะรบกวนบรรยากาศในห้องนอนและทำให้ห้องนอนนั้นไม่อยู่ในลักษณะเงียบ สงบ 7 “ไอเดียตกแต่งห้องนอน”เนรมิตให้ห้องนอนเต็มไปด้วยความโรแมนติก

เทคนิคกล้วยๆ ดูแล ผ้าปูที่นอนสีขาว ให้น่าใช้งานอยู่เป็นประจำ

         สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่เลือกใช้ ผ้าปูที่นอนสีขาว การดูแลและรักษาก็เลยนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้ผ้าปูที่นอนสีขาวของเรานั้นดูแจ่มใสและน่ามาใช้งานอยู่ตลอดๆ เราไปดูทริคกล้วยๆ ในการดูแลผ้าที่เอาไว้สำหรับปูนอนกันเลยดีกว่าจ้า

1.ตัวช่วยชำระล้าง อีกหนึ่งตัวช่วยง่ายๆ ที่เราสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนสีขาวของเราได้ โดยนำเบกกิ้งโซดามาใช้ชำระล้าง เท่านี้ผ้าปูที่นอนของเราก็จะขาวดูสวยสดใสแล้วก็น่าใช้งานเพิ่มมากขึ้นแล้วจ้า

2.วิธีซักชำระล้าง เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาสีตกใส่ผ้าปูที่นอน ขณะซักและทำความสะอาด เพื่อนๆ ควรจะแยกซักผ้าปูที่นอนต่างหาก ไม่ซักปนกัน เท่านี้ก็ช่วยลดปัญหาดังกล่าวไปได้แล้วจ้า

3.ผงซักฟอก จำนวนผงซักฟอกที่เราใช้ในการซักและทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ควรจะใส่ในจำนวนที่พอดิบพอดี เนื่องจากว่าถ้าหากใส่เยอะจนเกินไปอาจส่งผลให้ผ้าปูที่นอนหม่น หรือถ้าหากไม่เพียงพออาจส่งผลทำให้ผ้าไม่สะอาดได้

วิธีการตกแต่งบ้าน แบบพอเพียงและประหยัดไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง!!!

         การตกแต่งบ้าน ก็เหมือนกันควรเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญค่ะ เพราะความงามในศิลปะการตกแต่งภายในบ้านนั้นเกิดจากองค์ประกอบหลัก

การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม : การจัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้าน มีทางสัญจรที่คล่องตัวดูไม่เกะกะ มีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน เช่นห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำ แบ่งโซนภายในห้องอย่างชัดเจน ห้องครัวจะต้องเริ่มจากตู้เย็น อ่างล้างจาน แล้วถึงจะเป็นเตา ทางสัญจรจึงจะไม่ทับเส้นกัน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ : จัดบ้านให้สะอาดในที่นี้หมายถึงการใช้แสงที่เหมาะสมมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสม การจัดพื้นที่ไม่ระเกะระกะจนเกินไป ควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบในชิ้นเดียว

การเลือกซื้อของ : ควรเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพง จริงๆ ในเมืองไทยเรามีของสวยๆ แต่ราคาไม่แพงเยอะแยะมากมายเพียงแต่เราต้องขยันหากันหน่อยอย่างเช่นจตุจักร ก็เป็นแหล่งของนักช้อปราคาประหยัด เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตาเยอะมากค่ะ หรือถ้าสนใจเดินแถวๆ บางโพก็จะเป็นแหล่งรวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดีอีกทีค่ะ อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

การวางแผนการตกแต่ง : ควรมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะใครที่สร้างบ้าน และตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่ชัดเจน และกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่บานปลายภายหลัง ก็จะเรียกได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”

วิธีการตกแต่งบ้าน  แบบพอเพียงและประหยัดไม่จำเป็นต้องซื้อของแพง!!!

วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนฝูงๆ ไปดู “การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง”

         วันนี้ Decor.Mthai จะพาเพื่อนฝูงๆ ไปดู “การตกแต่งบ้านแบบพอเพียง” กันจ้ะ จากสถานการณ์เศรษฐกิจบ้านเราในสภาวะปัจจุบันที่มีแต่ปัญหา จากเดิมที่เคยใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ขณะนี้ก็คงจำเป็นต้องใช้เงินอย่างประหยัดกันแล้วล่ะจ้ะ การจะเลือกจ่ายตลาดก็จะต้องพิจารณาอย่างละเอียด การแต่งบ้านก็เช่นกันควรจะเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็น และที่สำคัญไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายตลาดแพงจ้ะ เพราะความงดงามในศิลป์การตกแต่งด้านในบ้านนั้นเกิดจากส่วนประกอบหลักของ Space, การเลือกอุปกรณ์ที่สมควร เลือกใช้รูปทรงที่พอดิบพอดีเท่านี้ก็สามารถแต่งบ้านแบบพอเพียงได้แล้วจ้ะ

1. การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม

1. การจัดวางพื้นที่ให้เหมาะสม

วิธีจัดวางพื้นที่ให้สมบูรณ์แบบ : จัดพื้นที่ต้องคำนึงถึงการใช้สอยของเจ้าของบ้าน มีทางเดินที่คล่องตัวดูไม่เลอะเทอะ มีการเรียงลำดับก่อนหลังตามการใช้งาน อย่างเช่นห้องนอนตู้เสื้อผ้าต้องอยู่ใกล้ห้องน้ำเท่านั้น แบ่งโซนภายในห้องให้ดูสะอาดสบายตา ห้องครัวจะต้องเริ่มจากตู้เย็น อ่างล้างจาน และถึงจะเป็นเตา ทางเดินในบ้านจึงจะไม่ทับเส้นกัน พื้นที่ก็จะเกิดประโยชน์จะไม่หายไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่สำคัญควรเลือกซื้อบ้านให้สอดคล้องกับจำนวนคนอยู่อาศัย

2. การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ

2. การจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดแบบมีศิลปะ

วิธีจัดแต่งบ้านให้ดูสะอาดตาแบบมีศิลปะ : จัดการบ้านให้สะอาดหูสะอาดตาในที่นี้คือการใช้แสงที่สมควรมีแสงจากธรรมชาติเข้ามาในอาคารตามจังหวะที่เหมาะสม วิธีจัดพื้นที่ไม่เลอะเทอะจนเกินไป ควรต้องเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีองค์ประกอบครบในชิ้นเดียว

3.การเลือกซื้อของ

3.การเลือกซื้อของ

เวลาเลือกซื้อของ : ควรจะเลือกซื้อของที่สวยแต่ราคาต้องไม่แพงมาก จริงๆ ในประเทศไทยเรามีของสวยๆ และราคาถูกๆเยอะแยะมากมายเพียงแค่เราต้องขยันหากันหน่อยโดยอย่างเช่นจตุจักร ก็เป็นสถานที่ของนักช้อปราคาประหยัด เป็นของที่คนไทยคิดเองทำเองมีดีไซน์ที่แปลกตาเยอะมากจ้ะ แต่ถ้าอยากเดินเล่นแถวๆ บางโพก็จะเป็นศูนย์รวมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์แต่งบ้านที่ดีอีกทีค่ะ แต่จะเหนื่อยหน่อยแต่ก็สนุกไปอีกแบบนะคะ

4. วางแผนการตกแต่ง

4. วางแผนการตกแต่ง

ขั้นตอนการวางแผนการตกแต่ง : ควรจะมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย เพราะใครที่สร้างบ้าน และตกแต่งบ้านมักจะบานปลาย วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่ชัดเจน และกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เรากำหนด แยกเป็นรายการให้ชัดเจน กำหนดราคาขึ้นเองตามความเป็นไปได้ให้ครบทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงจึงจะได้ผลเป็นอย่างดี หรืออีกวิธีคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความงามอย่างลงตัว และงบประมาณจะไม่บานปลาย จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่บานปลายภายหลัง ก็จะเรียกได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”

ไอเดียแต่งบ้านอย่างพอเพียง ก็เป็นเคล็ดลับเล็กๆ ของการแต่งบ้านให้ประหยัดเงินในกระเป๋าค่ะ ถ้าเพื่อนๆ อ่านแล้วสนใจก็ลองนำทฤษฎีนี้ไปตกแต่งบ้านของเพื่อนๆ กันดูนะคะ

วิธีการวางแผนการตกแต่ง : จะต้องมีการวางแผนเพื่อไม่ให้งบประมาณแย่ลงกว่าเดิม เนื่องจากใครที่สร้างบ้าน และก็ตกแต่งบ้านชอบแย่ลงกว่าเดิม แนวทางแก้ปัญหากล้วยๆ ก็คือการจัดงบประมาณที่กระจ่างแจ้ง รวมทั้งกำหนดเฟอร์นิเจอร์,ของตกแต่งตามรายการที่เราระบุไว้ แยกเป็นรายการให้เด่นชัด ตั้งราคาขึ้นเองตามความน่าจะเป็นไปได้ให้ครบอีกทั้งบ้าน แล้ววางแผนการซื้อไม่ให้นอกเหนือจากรายการ การแต่งบ้านแบบพอเพียงก็เลยจะได้ผลอย่างดีเยี่ยม หรืออีกแนวทางคือการปรึกษาผู้รู้ก็จะได้ความสวยงามอย่างพอดี รวมทั้งงบประมาณจะไม่แย่ลงกว่าเดิม จะทำให้บ้านเพื่อนๆ น่าอยู่ ไม่ทำให้ปวดหัวกับงบประมาณที่แย่ลงกว่าเดิมวันหลัง ก็จะพูดได้ว่าบ้านของเพื่อนๆ เป็นบ้านที่ ” อยู่สบาย”