รวมไอเดียการแต่งบ้านด้วยมุมหน้าประตู

       อาจเป็นมุมเล็กๆ ที่มีทุกบ้าน เพียงแต่เราอาจไม่ค่อยได้ สนใจตกแต่งหรือจัดระเบียบให้เรียบร้อยสวยงาม บางคนปล่อยให้เป็นมุมสุดรกที่พร้อมจะสลัดข้าวของ ทุกอย่างที่ถือมาให้พ้นตัว หลายบ้านใช้เป็นมุม เก็บรองเท้า มุมกองจดหมาย มุมวางกุญแจ และ อีกหลายๆ อย่างที่ไม่น่ารวมไว้ที่มุมนี้ จริงๆ แล้ว

       การจัดระเบียบมุมหน้าประตูบ้านให้สวยงามเรียบร้อย และเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้ครบถ้วน ก็จะช่วย ตอบโจทย์ได้ดีในช่วงเวลาเร่งรีบก่อนออกจากบ้าน และชวนให้ผ่อนคลายทุกครั้งที่เรากลับเข้าบ้านด้วย ติดชั้นไม้เล็กๆ

       สำหรับวางของสำคัญ เช่น กุญแจ กระเป๋าสตางค์ แว่นตา มือถือ ไม่ลืม เตรียมปลั๊กเผื่อไว้สำหรับชาร์จแบตโทรศัพท์ มือถือ และวางโคมไฟเล็กๆ ช่วยเพิ่มแสงสว่าง ยามค่ำจะได้มองเห็นทุกอย่างโดยไม่มีตกหล่น  สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นต้อนรับการกลับบ้านด้วย การทาผนังสีเขียวหม่นทั้งสองฝั่งตัดกับเฟอร์นิเจอร์

       และของตกแต่งอื่นๆ ที่เป็นไม้สีอ่อน เพื่อสร้างความ ผ่อนคลาย ปูพรมลายสวยเป็นทางยาว ช่วยดักจับฝุ่น ที่อาจติดรองเท้าเข้ามาในบ้านได้อีกด้วย ตกแต่งผนังด้วยปฏิทิน ทำได้ง่ายๆเลยเพียง แค่มีเทปกาวสีที่เราชอบกับฝีมืออีกนิดหน่อย

       เพียงเท่านี้เราก็จะไม่ลืมของที่ต้องซื้อ วันเกิดแฟน นัดสำคัญ และอีกหลายๆ  ตกแต่งผนังบริเวณม้านั่งยาวสำหรับใส่รองเท้าด้วยตารางปฏิทินเพื่อช่วย เตือนความจำ วางตะกร้าเสียบร่มให้หยิบได้ทันทีก่อนออกจากบ้าน

       และต้นไทรใบสักเพิ่มความเขียวชอุ่มให้กับบ้านตั้งแต่เปิดประตู นอกจากนี้ ยังเป็นมุมสำคัญสำหรับเตรียมความพร้อมก่อนออกบ้าน กลัวลืมก็ให้นำมาวางเตรียมไว้ตรงนี้ตั้งแต่ก่อนนอนก็สะดวกดี เหมือนกันนะ กระจกบานใหญ่สำหรับเช็กเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยก่อน ออกจากบ้าน ติดตะขอสำหรับแขวนกระเป๋า เสื้อคลุม หมวก ที่จะใช้ในวันถัดไป

 

อยู่แบบอย่างมีสไตล์ กับการตกแต่งบ้านแบบมีรสนิยม

        รสนิยมซื้อหาไม่ได้ด้วยเงินทอง แต่เป็นสไตล์ส่วนตัวที่หล่อหลอมมาจากประสบการณ์และสัญชาตญาณ นอกจากการแต่งตัวจะสื่อถึงรสนิยมได้เป็นอย่างดีแล้ว สไตล์การแต่งบ้านก็บ่งบอกความเป็นตัวคุณ

       ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภายใต้การนำของ ยุวดี จิราธิวัฒน์ เอาใจคนรักบ้านที่เปี่ยมด้วยรสนิยมและความพิถีพิถันในการเลือกสรรด้วยการจัดงาน CENTRAL CHIDLOM HOT FURNITURE & LIGHTING DESIGN FAIR ระหว่างวันที่ 8 ธ.ค.60 ถึง 2 ม.ค.61 ณ ดิ อีเวนต์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างเซ็นทรัลชิดลม ละลานตาไปด้วยสินค้าดีไซน์เพื่อการส่งออกในราคาสุดพิเศษ

       นำขบวนโดย โยธกา (YOTHAKA) สร้างชื่อจากการหยิบวัสดุธรรมชาติอย่างผักตบชวา มาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นงาม ส่งออกตีตลาดยุโรปเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี ส่วนคนรักเฟอร์นิเจอร์แนวหัตถกรรม อโยธยา

       ซึ่งเป็นอีกแบรนด์สินค้าหัตถกรรมตกแต่งบ้าน ที่นำวัสดุธรรมชาติและวัสดุเหลือใช้มาผลิตเป็นสินค้าออกสู่ตลาดในรูปแบบโดดเด่น ร่วมสมัย และมีความเป็นสากล โดยใช้ผักตบชวาเป็นวัสดุหลัก แต่ละชิ้นยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพแหล่งน้ำของประเทศไทย

ส่วนใครที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้าน PDM Brand Pro-duct Design Matters ภูมิใจเสนองานออกแบบในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ มีทั้งกระเป๋าและเฟอร์นิเจอร์ โดยหัวใจหลักยังคงเน้นการออกแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

       วัสดุธรรมชาติยังคงเป็นที่ต้องการของคนรักการตกแต่งบ้าน นีค NIIQ ได้แรงบันดาลใจจากเก้าอี้ของช่างสานหวายที่ดูเรียบง่าย แต่แข็งแรงและยืดหยุ่น มาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์สุดเก๋ วัสดุใช้เส้นหวายสีธรรมชาติและโครงจากลำต้นของต้นหวายนั้นเอง

       โดยเส้นหวายยึดโยงจุดเชื่อมต่อทั้งหมด เป็นงานขึ้นมือทั้งชิ้น คานล่างที่ทับไขว้กัน ใช้การเหลาด้วยมือเป็นเส้นโค้งให้ทับกันได้พอดี ส่วนใครที่หลงใหลในลวดลายงานไม้ ทัชเบิล มีผลงานเฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และโคมไฟ มาให้เลือกสรรในสไตล์ที่ทันสมัยได้ที่ในงานเลย

เฉลิม เชื่อพลังประชารัฐยื้อตั้งรัฐบาลเพื่อให้ “ลุง ตู่” มีอำนาจม.44

         “ร.ต.อ.เฉลิม” เชื่อพลังประชารัฐยื้อตั้งรัฐบาล เพื่อให้ “ประยุทธ์” มีอำนาจเต็ม มีม.44ในมือ แนะให้ทุกฝ่ายจับตาการพิจารณาโครงการใหญ่

         เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 62ที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ ว่า เรื่องนี้ เขาตั้งใจจะไม่ให้ตั้งรัฐบาลได้เสร็จโดยเร็ว จะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่ได้เดือดร้อนเลย ชิวจะตาย ยิ่งตั้งรัฐบาลได้เสร็จช้า พล.อ.ประยุทธ์ก็ยังมีอำนาจเต็ม มีมาตรา 44 ในมือ ใหญ่คับบ้านคับเมือง แต่หากถวายสัตย์ฯกันเมื่อไหร่เขาเล็กทันที

         ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวไว้อีกว่า ขอให้ทุกฝ่ายจับตาดูการพิจารณาโครงการสำคัญ ทั้ง โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างอู่ตะเภา- ดอนเมือง – สนามบินสุวรรณภูมิ , โครงการก่อสร้างทางด่วนแจ้งวัฒนะ – วังหน้า และ การต่อสัมปทานให้กับบริษัททางด่วน ปละรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ว่าจะมีการอนุมัติ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง หรือดำเนินการโดยไม่ชอบมาพากลด้วยนหรือไม่ด้วย

16 ส.ส.ภาคกลาง ส่อจะทิ้ง พรรค พลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า!

         (29 มิ.ย.) นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่หลุดออกจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน ว่า การจัดตั้งครม.ตนเพิ่งทราบวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งรายชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯ โดยบอกว่าที่ส่งมาไม่เปลี่ยนแล้วใช่ไหม

         โดยนายกฯ ไม่ได้รับปากตอนนั้นใครอยู่ตำแหน่งไหน ถามว่าโอเคตามนั้นนะ ไม่เปลี่ยนแล้วใช่ไหม ซึ่งก็ไม่ได้รับปากว่าจะไม่มีการเปลี่ยนโผ ครม.แต่ก็ผ่านไปเกือบเดือนออกมาแบบนี้ สับเปลี่ยนกันไปมา ในกลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง 16 คน ก็ต้องรู้สึกตกใจบ้าง แต่เมื่อเป็นดุลพินิจของนายกฯ

         “ผม และส.ส.ในกลุ่มภาคกลางก็ได้ยอมรับในกติกา แต่สิ่งที่เป็นห่วงเวลาก็นี้คือ ส.ส.ภาคกลางมี 90 เขต พลังประชารัฐได้มาเยอะสุด 36 เขต วันนี้ภาคกลางเป็นฐานสำคัญพลังประชารัฐ และอยากให้พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้นต้องทำภาคกลางให้เติบโตให้ได้ 50-60 คน เพื่อที่จะสู้ประชาธิปัตย์กับภาคใต้ สู้เพื่อไทยกับภาคอีสานและเหนือ แต่ถ้าไม่มีตัวแทนในกลุ่มเป็นรัฐมนตรี ในอนาคตก็จะอยู่กันแบบไหนให้คำตอบไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า” นายสุชาติ ได้กล่าวไว้

เผยรับใช้ชาติมาตั้ง 50 ปี ให้อยู่ต่อไปคงตายก่อน “บิ๊กป้อม”

         14 มิ.ย. 62 –บิ๊กป้อม หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้กล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายอยากให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อที่จะรับผิดชอบงานการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายหรือไอยูยูว่า “คนมีเยอะแยะ แต่ดูร่างกายผมซิ มันไม่ค่อยจะดีแล้ว”

         ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคนมองว่าควรที่จะอยู่รับใช้ชาติต่อไปอีก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็อยู่มา ตั้ง 50 กว่าปีแล้ว เมื่อถามต่อว่าถ้าจะอยู่ต่ออีก 4 ปีก็คงไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “โอ๊ย …ตายก่อน”

         ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวก็พยายามซักให้ชัดเจนว่าจะคงอยู่ในตำแหน่งรองนายกฯตำแหน่งเดียวเลยหรือว่าควบตำแหน่ง รมว.กลาโหมด้วย แต่พล.อ.ประวิตร ก็ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม โดยระบุว่าขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ ยังครึ่งๆ กลางๆอยู่

“แย่งเก้ากันอี้อุตลุด” เปิดเบื้องลึกพรรคประชาธิปัตย์เปิด 7 รายชื่อรัฐมนตรี

        15 มิ.ย. 62 – ผู้สื่อข่าวรายได้งานว่า ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 17.40 น.จนถึงเวลา 22.00 น. วานนี้ ที่ประชุมจึงได้ข้อยุติเบื้องต้นใน 7 รายชื่อที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้เสนอให้พิจารณา โดยมีปัญหาในสองรายชื่อ คือ นายนิพนธ์ บุญญามณี และ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

       ทั้งนี้ ส.ส.สาย กปปส.ได้ลุกขึ้นมาทักท้วงถึงการกระทำของผู้บริหารพรรคที่กำหนดรายชื่อมาล่วงหน้าแทนที่จะให้ที่ประชุมพิจารณาอย่างเป็นอิสระ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยนายอิสสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ อภิปรายได้แสดงความไม่พอใจในการกำหนดรายชื่อเช่นนี้เหมือนกับการจองกฐิน รวมถึงชี้ว่าคุณหญิงกัลยาเคยเป็นรัฐมนตรีมาก่อนแต่ไม่ได้มีผลงานโดดเด่นแต่อย่างได

        “ขณะที่ผมมีความอาวุโสและมีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะที่จะเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของภาคอีสาน แต่ผู้บริหารกลับไม่เสนอรายชื่อ” นายอิสสระ กล่าว

         นอกจากนี้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ยังได้ทักท้วงติงกรณีนายนิพนธ์ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ขณะนี้เป็นนายก อบจ.สงขลาอยู่ ถือว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาได้ลาออกจากพรรคไปทำงานการเมืองท้องถิ่น แต่ในขณะนี้จะลาออกจากการเมืองท้องถิ่นเพื่อกลับมาเป็นรัฐมนตรี ก็ถือว่าไม่ยุติธรรมกับคนในพรรค

         จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ได้ชี้แจงว่า นายนิพนธ์ เป็นนายก อบจ.ในนามพรรคและทำหน้าที่ได้ดี โดยสร้างชื่อเสียงให้กับพรรค มีผลงานในการนำยางพารามาทำเป็นถนน ถือเป็นต้นแบบที่รัฐบาลนำมาใช้ จึงถือว่ามีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อีกทั้งยังช่วยทำหน้าที่ประสานงานในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ด้วย

         ขณะที่นายนิพนธ์ได้ชี้แจงว่า การที่ตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อพรรค และไม่ทำให้เสียงบประมาณของแผ่นดิน เนื่องจากการจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับคำสั่งของ คสช. ซึ่งเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศอยู่แล้ว

         รายงานข่าวแจ้งว่าในที่ประชุมมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางแต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดย ส.ส.จากสาย กปปส. พยายามผลักดันนายอิสสระแทนคุณหญิงกัลยา และนายสาทิตย์แทนนายนิพนธ์ แต่ก็ยังไม่ได้มีการลงมติเปลี่ยนแปลงผลการประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค

         กระทั่งเวลา 22.00 น. นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ เสนอให้ผู้บริหารพรรคเปิดเผยให้ชัดเจนว่าใครจะได้ดำรงอยู่ตำแหน่งอะไร ทำให้นายจุรินทร์ได้สั่งพักการประชุม โดยมีการประชุมนอกรอบระหว่างบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีทั้ง 7 คน และมีการพูดคุยกันราวครึ่งชั่วโมง

         จากนั้นนายเฉลิมชัยได้แจ้งต่อในที่ประชุมว่า นายจุรินทร์จะดำรงตำแหน่ง รองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย รมว.เกษตรฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมช.มหาดไทย คุณหญิงกัลยา รมช.ศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข โดยในที่ประชุมได้ลงมติด้วยเสียงส่วนใหญ่ให้การรับรองทั้ง 7 รายชื่อแล้ว

         ขณะเดียวกันที่เจ้าหน้าที่พรรคได้แจ้งกับผู้สื่อข่าวที่ปักหลักรอทำข่าวผลการประชุมว่า ไม่ต้องรอแล้ว เนื่องจากในคืนนี้ (14 มิ.ย.) จะไม่มีการแถลงข่าวแต่อย่างได โดยนัดหมายกับสื่อมวลชนคาดว่าจะมีการแถลงในเวลา 10.30 น.ของวันนี้

ส.ส.อีสาน พรรคพลังประชารัฐ ไล่บี้ทวงสัญญา บิ๊กตู่ “ขอเก้าอี้รัฐมนตรี”

         นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ ต่อสื่อมวลชน ที่ จ.ขอนแก่น ว่าในขณะนี้กลุ่ม ส.ส.อีสาน ทุกคนล้วนก็กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการที่พรรคจัดสรรตำแหน่งต่างๆไว้ให้ ส.ส.ของพรรค ถึงขั้นผวา กลัวว่าจะถูกลอยแพ ของกลุ่ม สส.ในภาคอีสาน จนไม่มีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคใดๆ

         “เราได้มีการพูดคุยไว้ตั้งแต่เริ่มต้นให้อยู่เฉยๆ ทางผู้ใหญ่จะดูแลให้ดีที่สุดและจะดูแลให้อย่างทั่วถึง มีความเป็นธรรม แต่วันนี้ เท่่าที่เราสังเกตดู คนที่อยู่เฉยๆ มักจะเป็นสุภาพบุรุษหรือ ส.ส.ตลาดล่าง ไม่ได้รับการดูแล แต่คนที่ไปจี้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นถึงจะได้รับการดูแล วันนี้กลุ่ม ส.ส.อีสาน มองว่าเราไม่ได้รับความเป็นธรรมในการจัดสรรตำแหน่งที่ ที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในภาคอีสานตอนบน ซึ่งภาคอีสานมี 20 จังหวัด แต่ได้รับการดูแลเฉพาะแค่ที่ จ.นครราชสีมา มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ควรจะให้ความเป็นธรรมจัดสรรกันอย่างทั่วถึงด้วย”

         นายเอกราช ได้กล่าวต่ออีกไปว่า พรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงให้เห็นว่าผู้บริหารของพรรค มีความมุ่งมั่นชัดเจน โดยยืนยันในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคที่จะต้องมีอยู่ทุกภาค แม้แต่ภาคอีสานมีเสียงเพียงแค่ 2 คน ก็ต้องมีรัฐมนตรี 1 คน เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายของพรรค แต่ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐเราไม่ได้รับการเหลียวแลจากผู้บริหารพรรคเท่าที่ควร จึงอยากจะสื่อไปถึงผู้บริหารให้ดูแลและให้ความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงด้วย มิฉะนั้นนั้นกลุ่ม ส.ส.ภาคอีสาน จะหารือกันและทบทวน การทำงานร่วมกับพรรคพลังประชารัฐอีกต่อไป

         นายเอกราช กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การจัดตั้งรัฐบาลเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้วไปกว่า 90% ส.ส.อีสาน ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายการจัดสรรตำแหน่งหรือเรียกร้อง ทุกคนต่างก็อยู่นิ่งๆเพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจไม่ต้องอึดอัดในการที่จะจัดสรรตำแหน่งด้วยความเหมาะสม เพราะคิดว่าผู้ใหญ่ของพรรคต้องให้ความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงอยู่แล้ว แต่พอฟังและนิ่งมาจนถึงนาทีสุดท้าย ทุกคนรู้สึกว่าจะไม่ได้รับการเหลียวแลเลย จึงต้องออกมาเรียกร้องกับผู้ใหญ่ไปว่า ควรจะดูแลให้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐให้ก้าวหน้า ร่วมกันได้

ย้ำจะลาออกพรรค “ปชป.” เพื่อต้องการที่จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ “ไอติม”

ไอติม พริษฐ์ ร่วมเสวนา 70 ปีธรรมศาสตร์ ย้ำจะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย เพื่อทำตามสัญญากับประชาชน ต้องการที่จะเป็นฝ่ายค้านอิสระ รับโซเชียลมีเดียมีผลเกี่ยวกับการหาเสียง

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเสวนาการเมืองเรื่องเจนอเรชั่นนโยบายในฝันและอนาคตเศรษฐกิจของการเมืองไทย โอกาสครบรอบ 70 ปี สถาปนา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยได้กล่าวไว้ว่า การตัดสินใจที่จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าได้ทำตามสัญญากับประชาชนที่ต้องการเป็นฝ่ายค้านอิสระแล้ว เพราะขณะนี้ได้เป็นอิสระแล้ว

เหตุผลหนึ่งที่อยากจะออกจากพรรค ก็อยากให้พรรคปฏิรูปการเมืองตรงตามทิศทางของพรรคที่ได้ให้ไว้กับประชาชน แต่การปฏิรูปก็ไม่เกิดขึ้นจริง และได้เห็นว่าการพัฒนาทางการเมืองก็ถดถอยลง คนในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่จะมีขึ้น หลายคนก็มาจากคนที่พลเอกประยุทธ์ต่อต้านทั้งนั้น

พร้อมยอมรับว่า โซเชียลมีเดียมีผลอย่างมากต่อการหาเสียง และได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ ระหว่างประชาชนกับนักการเมือง เห็นได้ชัดๆจากการลงพื้นที่ หาเสียงบางกะปิ คนในพื้นที่,คนท้องถิ่น ไม่ค่อยพูดถึงพรรคอนาคตใหม่สักเท่าไหร่ แต่คะแนนเลือกตั้งมีมากกว่า คะแนนที่ตัวเองควรจะได้รับ

“ศรีสุวรรณ” จ่อที่จะนำพลพรรคไทรักธรรม ร้อง ป.ป.ช.สอบจะเอาผิด กกต.

         ก่อนหน้านี้ กกต. ได้ออกหนังสือแจ้ง ในกรณีพรรคไทรักธรรมหลุดเก้าอี้ ส.ส. เพราะว่าคะแนน พรรคประชาธิปัตย์เพิ่ม เนื่องจากบางเขตที่ไม่ได้เอาคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักรมานับรวมด้านพรรคไทรักธรรมและศรีสุวรรณเตรียมร้องเรียน ป.ป.ช. เพื่อกล่าวโทษ กกต. หลังจากที่พรรคไทรักธรรมหลุดจากตำแหน่ง ส.ส. ได้มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีพิรุธ

         นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เปิดเผยว่า สมาคมฯได้รับการร้องเรียนจากพรรคไทรักธรรม ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ครั้งที่ 2) เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา ทำให้ ส.ส. หนึ่งเดียวในพรรคไทรักธรรมหลุดออกจากตำแหน่งไปอย่างมีพิรุธ โดยที่พรรคไทรักธรรมได้ไปยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.แล้วถึง 7 รอบแต่ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

         ล่าสุดเลขาธิการ กกต.ได้ตอบหนังสือมายังพรรคไทรักธรรมแล้วยอมรับว่า เหตุดังกล่าวเป็นเพราะว่าคณะกรรมการการที่เลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งบางแห่งไม่ได้นำผลคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร มารวมผลคะแนนด้วย ซึ่งการยอมรับดังกล่าวขัดแย้งต่อผลการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562

         และผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 ที่ระบุว่าเป็นผลคะแนนมาจาก 349 เขตเลือกตั้ง ซึ่งขัดต่อ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง สส. 2561 ในหมวดที่ว่าด้วย การนับคะแนนและการรวมคะแนน” โดย ม.123 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า “เมื่อรวบรวมผลการนับคะแนนทุกหน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น รวมทั้งคะแนนที่ได้จากการออกเสียงลงคะแนนและก่อนวันเลือกตั้งและคะแนนที่ได้จากการลงคะแนนเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักรแล้ว ได้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งประกาศผลการนับคะแนน ผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และคะแนนที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วรายงานผลการนับคะแนนต่อ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําจังหวัดและคณะกรรมการโดยเร็ว

         ดังนั้น การนำผลคะแนนก่อนวันที่จะเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร มารวมผลคะแนนใหม่แล้วประกาศในวันที่ 28 พ.ค.62 ที่ผ่านมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

         การกระทำดังกล่าว เมื่อนับรวมคะแนนของทุกพรรคการเมืองที่มีการเลือกตั้งซ่อมในเขต 8 จ.เชียงใหม่ ให้ครบ 100% จำนวน 350 เขต มีข้อพิรุธขึ้นมาทันทีเลยว่า ทำไมมีบางพรรคการเมืองที่มีจำนวนคะแนนเพิ่มขึ้นถึงอย่างผิดสังเกตอย่างไร้เหตุผลถึง 9,894 คะแนน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการคิดคำนวณคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อขึ้นมาอย่างทันที ทำให้ ส.ส.พรรคไทรักธรรม หลุดออกจากตำแหน่งไป และมี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเสียบแทนอย่างน่าสงสัย และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ของประชาชนทั่วประเทศ

         ดังนั้น ข้ออ้างของเลขาธิการ กกต.นั้น ย่อมเป็นการยอมรับในผลของการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตาม ม.123 พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. 2561 คือหมายถึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งหมายความรวมถึงคณะกรรมการ กกต. ทั้ง 7 คนที่จะต้องรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวต้องเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ด้วย และให้เสนอศาลเพื่อสั่งให้การประกาศผลการเลือกตั้งวันที่ 28 พ.ค.62 เป็น “โมฆะ” อีกต่อไป

         ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมฯและพรรคไทรักธรรมจะนำความพร้อมพยานหลักฐานไปร้องเรียนกล่าวโทษ กกต. และเลขาธิการ กกต.ต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ในวันพุธที่ 19 มิ.ย.62 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กกต. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี